Showing posts with label MCS. Show all posts
Showing posts with label MCS. Show all posts

Friday, April 20, 2012

บรรทึกช่วยจำ MCS

MCS

บริษัทที่รับจ้างผลิตเหล็ก โดยจะรับงานจาก ญี่ปุ่น เท่านั้น เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีแผ่นดินไหว บ่อยมาก ทำให้ต้องมีโครงสร้างอาคาร สิ่งก่อสร้าง ที่มีคุณภาพสูงรองรับแรงสั่นแรงกระแทกได้ และมีมาตรฐานในเกณฑ์ที่กำหนดไว้


เป็นหนึ่งในหุ้นที่ผมพลาด

สาเหตุที่พลาด
น่าจะเป็น บริษัทเดียวในกลุ่มเหล็กที่ ROA ROE สูงมากๆ อัตรากำไรสุทธิ ที่สูงมาก ทำให้ผมเกิดความเข้าใจผิด ว่าบริษัทนี้ทำได้จริง 
ในช่วงนั้น ผมใช้วิธีหาหุ้นจากการดู PEที่ต่ำ ROEมากกว่า 15% ของหุ้นทั้งตลาด ตัดหุ้นที่ได้กำไรพิเศษออกไป เพื่อลดความเสี่ยง ผลที่ได้รับคือ จะได้หุ้นราคาที่ไม่แพง จาก PE และจะได้หุ้นที่สามารถทำให้ผลตอบแทนของผมในระยะยาวได้สูงเกิน 15% ด้วย ในระยะยาว

ความจริงแล้ว
เกิดจากผลกระทบช่วง เกิดวิกฤษ แฮมเบอร์เกอร์ ช่วงที่ราคาน้ำมัน ตกจากฟ้า 140 ลงมา 40 นี่ล่ะ ที่ทำให้ ราคาเหล็ก และค่าขนส่ง ลงไปมาก และบริษัท MCS ก็ได้ซื้อเหล็กในช่วงนั้นเยอะ ทำให้ต้นทุนต่ำสุดๆ ผลคือ เมื่อราคาเหล็กขึ้น MCS  จึงได้กำไรจากการค้าเหล็กทั้งที 

สำหรับบริษัทนี้ ผมก็ยัง ชอบเหมือนเดิมนะครับ ROE เกิน 20 ได้เกือบทุกปี (เชื่อว่าเป็นROE ที่เกิดขึ้นจริงๆของบริษัท ไม่ใช่การเก็งกำไรของสินค้าโภคภัณฑ์) หาไม่ได้ง่ายๆ นอกจากนั้น ปันผลที่เยอะ ผบ ที่ตรงไปตรงมา (ลองไปอ่านในบทความเก่าๆได้นะครับ) ทำให้ผมยังมองอยู่ และสนใจ แต่คงต้องเป็นราคาที่ถูกกว่านี้ก่อน

รายละเอียดอื่นๆ

ตัวช่วยเลือกหุ้น


เรื่องของสินค้า การซื้อการขาย ลูกค้า คู่ค้า

1 สินค้าที่ใช้แล้วหมดไป

ตัวนี้ สินค้าใช้แล้วไม่หมดไป ไม่ก็ต้องรอให้อาคารถล่มก่อน เพราะสินค้าที่ทำเป็น เหล็กที่ใช้ในการก่อสร้างอาคาร สิ่งก่อสร้างต่างๆ อีกทีนึง 

2 สินค้าที่อาจมีการทดแทนได้ง่าย

เป็นสินค้าที่มองผ่านๆ จะโดนทดแทนได้ง่าย เพราะว่า เหล็ก ที่ไหนก็เหมือนกัน แต่ที่ทำให้แตกต่าง คือฝีมือแรงงานและการได้รับการยอมรับจากญี่ปุ่นด้วย โดยเป็นบริษัทในต่างประเทศ บริษัทเดียวที่ได้รับการยอมรับจากญี่ปุ่น 

3 สินค้าที่มีแบรน และคนซื่อสัตย์ในแบรนด้วย

ไม่มีแบรนเลย เนื่องจากเหล็ก ก็คือเหล็ก และก็มีเจ้าอื่นที่ทำได้ในญี่ปุ่น เหมือนกัน ดังนั้นสิ่งที่พอจะทำให้สู้ได้ ก็มีแค่เรื่องราคา กับความสัมพันธ์ เท่านั้น
4 คู่ค้า

เนื่องจากงานของ MCS เป็นงานที่รับจ้างผลิต ส่วนของคู่ค้า ส่วนใหญ๋มีเพียงรับซื้อเหล็กมาเท่านั้น ก็จะเป็นพวกเหมืองแร้เหล็กซะส่วนใหญ่ และพวกนี้แทบไม่มีสิทธิ์ ขายของในราคาสูงหรือแพงกว่าเจ้าอื่นได้เลย ดังนั้นเรื่องราคาจะเป็นเรื่องของเวลาที่ซื้อมากกว่า
5 ลูกค้า


ลูกค้าโดยตรงเป็นพวกรับก่อสร้างเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นข้อเสียอย่างนึงของบริษัท คือ มีลูกค้าในส่วนนี้น้อยราย ถ้าจำไม่ผิด 5 รายมั้งนะ ซึ่งค่อนข้างอันตรายอยู่ แถมลูกค้าทั้งหมดอยู่ในญี่ปุ่น ทำให้ค่อนข้างเสียงอยู่เหมือนกัน 

ส่วนลูกค้าทางอ้อม แต่มีผลกระทบที่ใหญ่กว่า คงเป็นกลุ่มอสังหาในญี่ปุ่นนี่ล่ะ เพราะนอกจากเลือก บริษัทรับก่อสร้าง ยัง เลือกบริษัทที่รับผลิตเหล็กได้อีกด้วย 

6 คู่แข่ง

คู่แข่งทั้งหมดอยู่ในญี่ปุ่น ซึ่งเราได้เปรียบเรื่องค่าแรงที่ถูกกว่า แต่เรายังเสียเปรียบเรื่องค่าขนส่ง การทำนอกประเทศญี่ปุ่นด้วย เพราะเป็นที่รู้กันว่า ญี่ปุ่นนั้นรักประเทศขนาดไหน สินค้าต่างชาติที่เข้าไปขาย มักจะอยู่ไม่รอด เพราะคนญีปุ่นไม่ยอมใช้ของต่างชาติเลย


7 วัตถุดิบ การสินค้าโภคภัณฑ์


เหนื่อยทั้ง วัตถุดิบ และสินค้าเลย เพราะวัตถุดิบและสินค้าที่ขายออกไปเป็นเหล็กที่ราคาผันผวนมากๆ นอกจากนั้น สินค้าที่ขายยังเป็นส่วนนึงของอสังหาที่เป็นเป็นโภคภัณฑ์ด้วย 

8 โอกาสการเติบโตของสินค้า บริการ

การเติบโตของบริษัท ก็ต้องพึ่งอสังหาในญี่ปุ่นด้วยว่าจะได้มากแค่ไหน และพวกนี้ผมว่าเหนื่อยอีก เพราะการที่จะทำให้บริษัทโตขึ้น คือต้องผลิตให้มากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างผิดปกติของอสังหาเลยล่ะ

พวกอสังหา เช่นคอนโด ถ้าปีนี้สร้าง 1 คอนโด 100 ห้อง ถ้าต้องการให้กำไรในปีหน้ามากขึ้น ก็ต้องสร้าง ห้องเพิ่ม ไม่ก็สร้างคอนโดเพิ่มอีกในปีต่อๆไป พวกนี้มักจะเกิด over supply ได้ง่ายมาก 

ดังนั้น ไม่หวังการเติบโตมากนัก เพียงแค่มีงานทำตลอดก็พอแล้ว แต่ที่ผ่านมาก็โตขึ้นเรื่อยๆนะ ดูจากยอดขายเหล็กเป็นน้ำหนัก

เรื่องของตัวบริษัท งบการเงิน

1 สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้ถือหุ้น

 หนี้สินลดลงพร้อมสัดส่วนผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นแทน ด้วยกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้นมามากๆ 
สินทรัพย์ ที่เป็นส่วนของที่ดินอาคาร ค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับหลายๆบริษัทที่ผมเห็น (ส่วนใหญ่มักจะมีมูลค่าครึ่งนึงของสินทรัพย์) สำหรับ MCS มีเพียง 520 ล้าน ต่อสินทรัพย์ 3530 ล้าน 
หนี้สินก็ไปเยอะจากเจ้าหนี้ตั่วเงินจ่ายการค้าสุทธิ ซึ่งน้อยกว่าเงินสดเสียอีก 

เอาตรงๆ เป็นบริษัทที่มีบัญชีที่ดีมาก

2 รายได้ กำไร ROA ROE อัตรากำไรสุทธิ

รายได้ต่อทรัพย์สิน ก็ไม่ถึงว่าเยอะมากนัก 
กำไรสุทธิ น่าจะสูงกว่า 10%  ส่วนปี 52 53 ที่สูงมากๆ เกิดจากการได้กำไรจากราคาเหล็กที่ต่ำมากในปีก่อนหน้านี้
ROA ROE ค่อนข้างสูงมาก เมื่อเทียบกับบริษัทเหล็กอื่นๆ และปี 52 53 ที่สูงเป็นพิเศษ โดยส่วนตัวคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 20% ขึ้นไป

3 รายได้ และ รายจ่าย

รายได้ ส่วนใหญ่มาจากการผลิต ขายเหล็กเป็นส่วนใหญ่

รายจ่าย มาจากต้นทุนการผลิตเกือบ 70% ถึงว่าน้อยมาก (ปกติมากกว่า 80)
ค่านายหน้า 10% 
ค่าบริหาร 5% ต่ำมาก เมื่อเทียบกับบริษัทหลายๆบริษัท (ดี ผบ อยู่ข้างเดียวกับผู้ถือหุ้น)

กำไร ไม่มีการกู้เงินมาลงทุน เลยไม่มีดอกเบี้ยจ่ายหรือต้นทุนทางการเงินเลย หรืออีกนัยหนึ่ง ไม่มีวันเจ๊ง 

4 อย่าเลือกบริษัท ที่ผู้ตรวจสอบบัญชี ไม่รับรองงบ

ไม่มีปันหา
เรื่อง ผบ

1 บริษัทที่พึ่งเจ้าของมากเกินไป

บริษัทนี้ ค่อนข้างพึ่งเจ้าของมาอยู่ ทั้งในเรื่องการบริหาร และการเจอคู่ค้า ลูกค้า ด้วย 

2 บริษัทที่ทำหลายอย่างเกินไป ออกนอกความถนัดเกินไป ชอบทำตามคนอื่น ขยายตัวรุนแรง

ไม่มีปันหาเรื่องการทำนอกความถนัดมากนัก ถ้าจะมีก็ีเรื่องที่ทำไปเหมืองที่จีน โดยไปร่วมหุ้นด้ว สุดท้ายก็ไม่ได้เรื่อง ขาดทุนอีก ตอนนี้เลยตัดสินใจ เข้าเทคโอเวอร์เลย ส่วนเรื่องการจะเพิ่มกำลังการผลิตนั้น ก็ต้องรอให้ได้กำไรก่อนเท่านั้นด้วย

3 ผู้บริหารที่มีนามสกุลที่ประวัติไม่ดี
ผู้บริหารที่นี่ ผมยกย่องนะครับ อย่าเรื่องที่ผิดพลาด ก็พูดตรงๆ ว่าพลาด อันไหนเป็นยังไง ก็พูดตรงๆ ไม่อ้อมเลย หายากครับ ใครไม่เคยเจอ ลองไปศึกษาดูนะครับ

ข้อแนะนำ ส่วนตัวนะครับ 
ผมชอบ ผู้บริหารและตัวบริษัทมากครับ แต่น่าเสียดายที่มาอยู่ในกลุ่มเหล็กนี่ล่ะ 

Monday, April 2, 2012

ประชุมผู้ถือหุ้น MCS



วันนี้ไปหลงทางที่ เมืองทอง มาครับ หาที่ไม่เจอ แบบว่าบ้านนอก เดินหาเอา ในที่สุดก็เจอจนได้ครับ



ก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีพร้อมเค็ก กับเครื่องดื่มร้อน อร่อยๆ (ขออภัยคนมาช้า ผมฟาดซะ พุ่งเต่ง)


ได้ร่มมา คันนึง แล้วก็ได้เกิดดราม่าเรื่องร่มขึ้นด้วย


น้องปัญขอ 2 


ลองกางดูหน่อย เจ้าร่มดราม่า

เริ่มการประชุมล่ะครับ


เรื่องวาระการประชุม ลองไปอ่านเอาเองนะครับ ผมขอสรุปคำถาม คำตอบ แนะนำเลยนะครับ

เริ่มต้นด้วยเรื่องดราม่าเลย เมื่อมีผู้ประชุมท่านนึง ออกมาแนะนำ ตั้งแต่วาระแรก ซึ่งทางฝ่ายจัดการก็พยายามบอกว่า ให้ไปดูในวาระหลัง หรือแนะนำในช่วงหลัง แต่ก็ไม่ยอม อ้างว่าจะไปที่อื่นต่อ แล้วก็แนะนำเลย

"ให้ย้ายที่ประชุมเพราะไม่สะดวก และคนมาน้อยกว่าที่องค์ประชุมกำหนด เดียวจะต้องจัดประชุมใหม่ ตำหนิเรื่องการให้ของชำรวย (ร่ม) ว่า ทำไมคนที่รับมอบฉันฑะ ไม่ได้ (แต่ผมได้ อิอิ) "

ผบ อารมณ์ไม่ดีทันที  "ตกลงมาประชุม หรือมารับของฟรี และท่านเป็นตัวแทนของคนทั้งหมดหรือไม่ ที่ต้องการให้ย้ายที่ประชุม ที่นี่ที่จอดรถเยอะ สะดวก ในกทม ไม่มีที่จอดเลย รถก็ติด"

ส่วนตัวนะครับ กดlike ผบ ทีนึง มาป่วนวาระ แนะนำอะไรไม่ค่อยดี ขนาดผมเองยังรู้สึกไม่ดีตามเลย (ว่าแต่ผมเองก็ซัดเค้กจนอิ่ม ร่มในกระเป๋าอีก อิอิ)

จากนั้นก็ไม่มีคนถามเลย บรรยากาศอึบคึม จนวาระที่ 4 ก็มีคนออกมาถามในวาระที่ 3 เกิดเรื่องอีก เรื่องรายได้ กำไร พวกนี้ แล้วก็ต่อว่าคนเดินเรื่องอีก ว่า

"ผมมาฟังประชุม หาความรู้ แล้วทำไมเงียบไม่มีคนถาม" 

ส่วนตัวนะครับ อันนี้ฟังแล้วทำให้บรรยากาศ แย่เข้าไปอีก คือคุณมาถามวาระ 3ในวาระ4 ก็ผิดอยู่แล้ว ยังไปต่อว่าพนักงานที่ดำเนินการอีก แล้วเรื่องไม่มีใครถาม แล้วคุณไม่ถามเองแต่แรกล่ะ เอาเถอะ เรื่องดราม่ามีแค่นี้ล่ะ

ผบ ตอบมา 
" ซึ่งที่ผ่านมา เกิดเรื่องใหญ่ๆ เช่น ปติวัด เสื้อเหลือง แดง โดยปกติ 6 เดือนก็ลืมหมดแล้ว 

แต่เกิด 2 เหตุการณ์ สึนามิ กับน้ำท่วมไทย 
ผลจากสึนามิ กว่าญี่ปุ่นจะฟื้นฟูได้ กว่าจะได้รับงบประมาณใหม่ งานเลยไม่ค่อนมี คนเลยแย่งกันทำ จนขาดทุนก็มี งานที่เคยได้ เคยวางแผนก็เลื่อนออกไป หรืออาจยกเลิกก็ได้
ผลจากน้ำท่วม MCS ไม่เสียหายเลย แต่ลูกค้าไม่ได้สนใจในโรงงาน เขาสนใจเส้นทางเข้าออกมากกว่า ทำให้ไม่กล้าสั่งของเพราะกลัวช้า ติดน้ำท่วมกัน ก็เลยแย่ คนที่ยกเลิกจริงๆก็เป็นเจ้าของตึก อาคาร ไม่ใช่ผู้รับเหมาด้วย

ไตรมาส 4/54 1/55 2/55 มีงานเก่าๆ แต่ไม่มีงานใหม่ กว่าจะเข้าจริงๆ ก็คงกลางปี (ไม่แน่ใจว่า ปี 55หรือ 56 )

ตอนนี้กำลังหาวิธีแก้ ถ้าเกิดน้ำท่วมอีก
เพิ่ม service ให้ลูกค้า
หางานที่อื่นเพิ่ม
ปีนี้ ปีหน้า แย่ ต้องปรับฐานใหม่หมดเลย แผนใหม่
พร้อมลงจากตำแหน่งทุกเมื่อ ถ้าผู้ถือหุ้นคิดว่า หาคนอื่นได้ดีกว่า

ที่ลงทุนในจีน ขาดทุน เลยตัดสินใจเป็นเจ้าของเลย แล้วเข้าไปดำเนินการเองเลย อาจต้องใช้เวลาเป็นปี 
ปรับระบบ วิธีการ คุณภาพ ซึ่งผมไปทุกเดือน
ยังไม่คิดขยาย รอให้ได้กำไรก่อน
หวังปีนี้ 10,000 

ข้อดีก็มี S เกรด ผ่านแล้ว
ได้งานขนาดกลาง ไปญี่ปุ่น จากจีน (ไม่เคยมีมาก่อน เพราะญี่ปุ่นไม่ค่อยรับของจีน)

* ผมอาจจะผิดทุกครั้ง แต่โชคดีผ่านมาได้
* ถ้ามีใครคิดว่าดีกว่าผม ผมก็พร้อมเสมอ


มีแนวทางลดทุนไม


ปีก่อน 2 ปีก่อนที่ต้นทุนต่ำ เพราะโชคดี ได้เหล็กมาในราคาถูก (ช่วงน้ำมันราคาตกแรงๆ )
ตอนนี้เราก็มีทางเลือกเยอะขึ้น เกาหลี จีน ญี่ปุ่น แต่ราคาถูกหรือแพงก็ต้องมาอิงกับอัตราแลกเปลี่ยนอีก เราทำได้แค่สร้างทางเลือก


โฟรโต้ มีความสัมพันธ์ยังไง


เขาอยากขายให้ญี่ปุ่น แต่ญี่ปุ่นไม่เอา แล้วเขาเห็นว่า MCS สามารถผลิตเหล็กส่ง ญี่ปุ่นได้ด้วย ก็เลยมาสนใจ
ส่วนที่ในจีน จีนให้พื้นที่ โฟรโต้เยอะ  โฟรโต้เลยชวนไปลงทุน
ข้อเสีย โฟรโต้ใหญ่ จะทิ้ง MCS เหมือนไรก็ได้ ส่วนเรื่อง ลงทุน กำลังดูอยู่ 


จำนวนหุ้นที่ ดร ถือ เป็นไงบ้าง เมื่อก่อน 70% ตอนนี้เท่าไร 
ที่จริงมีในรายงานนะครับ

ตั้งแต่วันแรกจนวันนี้ ถ้าไม่ได้ขาย กำไรไปแล้วมากมาย
ทีีตัดสินใจเข้าตลาด บริษัทนี้ก็ไม่ใช่ของผมอีกต่อไป 


ถือมาก ก็ว่า สภาพคล่องต่ำ ราคาไม่ขึ้น
ถือน้อย ก็ว่า ขายทำไม มีปัญหาหรอ


บริษัทนี้ ผมไม่ใช่เจ้าของ ผมเห็นเป็นลูก ผิดถูกก็ว่ากัน ถ้ามีใครต้องการ ผมก็เตรียมใจแล้ว


เรื่องเยียมชมโรงงาน
ก็จัดเรื่อยๆนะ โทรมากริ๊ดเดียว ก็นัดวันมาได้เลย ส่วนที่จีน ไปได้ทุกวัน แต่จ่ายค่าเดินทางเองนะ 


อัตราการแลกเปลี่ยน จะทำให้ MCS ได้หรือเสียอย่างไรบ้าง
สิ่งที่ถาม MCS ไม่มีสิทธิ์ไปคุมเลย แล้วก็มีเรื่องอื่นที่ต้องดูอีกเยอะ แล้วอัตราแลกเปลี่ยนไม่ได้เป็นตัวหลักในเรื่องกำไรด้วย (บาทแข็ง เหมือนกำไรจากเหล็กจะสูง แต่ค่าใช้จ่าย น้ำมัน ก็สูงตาม)


ยอดขายหาย
ผมคงพูดแทนญี่ปุ่นไม่ได้ ถ้าเราเป็นคนญี่ปุ่น เห็นไทยน้ำท่วม 
" เห็นเครื่องบินจมน้ำ รถลอยน้ำ" 
คงไม่กล้ามาลงทุน หรือสั่งอะไรหรอก
แล้วมันไม่ได้จำเป็นต้องกลับมาซื้อก็ได้ ที่ญี่ปุ่นเอง ราคาแพงกว่า แต่ก็ชัวร์กว่า


MCS ไม่คิดจะขายถูก หาตลาดใหม่ดีกว่า


ที่หน้า เวป มีของออกใหม่
ปีที่แล้วก็บอกไปแล้ว งานที่ชีลี จะได่้ขยายตลาด ตอนแรกหวังว่าที่จีนจะแนะนำให้ แต่ไม่เป็นผล 
ตอนนี้กำลังดำเนินงานอยู่


S เกรด เริ่มยัง  


ตอนนี้มี 1 โครงการ งานรัฐบาล ตอนแรกจะผลิต แต่เกิดสึนามิซะก่อน


ปัญหาน่าจะเป็นระยะสั้น  แล้วระยะยาวจะขยายไหม ต่อไปเป็นยังไง ที่อื่นเป็นไง


ตรงๆนะครับ ตอนนี้ 2 ใจ 


ถ้าลูกโต แต่งงานไป พ่อคงไม่ต้องดูแล ก็ดี แต่ถ้าต้องดูแลอีก เหนื่อย


แล้วถ้าจะขยาย คงไม่ใช่ในไทย
ที่จีนก็อยากให้แข็ง กำไร อยู่ได้ก่อน แล้วค่อยขยาย


แล้วก็มี แขก ชมเรื่องความโปร่งใสของบัญชีมาก แล้วแนะนำว่า ที่ ญี่ปุ่นเราได้เกรด s มา น่าจะเอาไปที่อื่น ประเทสอื่นได้ง่ายขึ้น


S เกรด ในญี่ปุ่น ประเทศอื่นไม่ได้สนใจ เพราะแต่ละประเทศ ก็ไม่ได้ใช้มาตรฐานเดียวกัน แต่ก็ช่วยให้เราได้ LC ง่ายขึ้นด้วย แต่ที่สำคัญ ได้งานมันยากกว่า


เหมือนมีเงินก็เรียนจบ แต่หางานมันยากกว่า


สำคัญคือ เราต้องมีงานตลอด จึงจะประสพผลสำเร็จ
งานเยอะไป ทำไม่ทัน ไม่ไหว งานน้อยไป ไม่คุ้ม


เน้นตลาด long trem ไม่เอาระยะสั้นๆ (เช่นโครงการเดียวจบ) กรณีขยายงานไปต่างประเทศ


ญี่ปุ่นมีแผ่นดินไหวบ่อย ต้องการเหล็กเกรดสูงมาก ทางเลือกเหล็กเลยน้่อย เราเลยเจาะตลาดได้


แต่ ไทย จีน ไม่ใช่ จ่ายเงินก็ได้แล้ว


ปี 55 มีงาน กี่ตัน target ปัจจุบันความสามารถในการแข่งขันเป็นยังไง


(จำตัวเลขไม่ได้ครับ )
แข่งได้ไม แข่งได้สิ ไม่งั้นไม่แข่ง แต่ตอนนี้ ญี่ปุ่นไม่มีงานให้ทำ บริษัทที่ญี่ปุ่นก็ทุ่มตลาดการจนขาดทุน เราเลยไม่เอาด้วย แต่สุดท้าย ทุกอย่างจะผ่านไป MCS ก็จะได้งานต่อ


ความสามารถ ทาง MCS เหนือกว่าที่ญี่ปุ่นที่ มีทางเลือกในการซื้อเหล็ก หรือขายงานมากกว่า (เกาหลี จีน)


ไปเปิดตลาดที่แผ่นดินไหวบ่อยๆ
ที่ไหนก็อยากไป แต่จะคุ้มค่าเปิดไหม มีคนพร้อมไม ที่ผ่านมาทีคนแนะนำ แต่ก็เป็นโครงสร้างเล็กๆ ไม่คุ้ม 


แนวโน้ม ใช้เหล็กดีกว่า recycle ได้ ปูนมันใช้แล้วเสียไป ไม่คุ้ม  เมื่อไหร่ที่เหมาะสมเท่านั้นเอง (เหมือนไหร่คนจะใช้เหล็กแทนปูน)


ถ้ามีงาน ทำไม เอาด้วย ทำด้วย


จบการประชุมนะครับ
อาจจะอ่านไม่รู้เรื่องนะครับ จดไม่ทันจริงๆ ก็พอถูๆไถๆได้ ก็ดีแล้วครับ

ส่วนตัวนะครับ ผบ ดี  บริษัทดี  แต่ดันอยู่ในกลุ่มธุรกิจที่เหนื่อย ผมเองก็เสียดายนะครับ