Showing posts with label -ประชุมผู้ถือหุ้น. Show all posts
Showing posts with label -ประชุมผู้ถือหุ้น. Show all posts

Thursday, April 25, 2013

ประชุมผู้ถือหุ้น Beauty 25/4/56

ประชุมผู้ถือหุ้น Beauty 
25/4/56



หลังจากทำงานได้สักพัก ผมก็แอบโดดงานมาก่อน เดียวเหตุผลต้องไปเยี่ยมลูกค้าแถว CDC เลียบทางด่วน ผมก็ออกจากที่ทำงานด้วยความขยันอยากไปหาลูกค้าสุดๆ โบกแท็กซี่ กระโดดขึ้นไป วิ่งตรงไป CDC เลย ตั้งแต่ก่อนเที่ยง รถติดนิดหน่อย แตไม่ใช่ปัญหา ไม่นานนักก็ถึงที่หมาย

ป้ายทางเข้า CDC


ผมก็เดินหลงทางนิดหน่อย ก่อนที่จะไปให้ยามแถวนั้นช่วยพาไป ก็ขึ้นไปที่ประชุม BEAUTY ก็มีคนมาต้อนรับอย่างดี พาให้ไปเซ็นนู้นเซ็นนี้นิดหน่อย แล้วก็เอาของชำร่วยเล็กน้อย ก่อนที่จะเข้าไปกินของว่างเล็กน้อย (แต่ผมกินไม่น้อยอยู่ หิวจัด)

วุ่นวายเล็กน้อย

มีท๊อฟฟี่เค็ก พายบูเบอร์รี่ แซนวิทแฮมชีส น้ำชา กาแฟ 

นำเสนอ

BB

BC

MN

ของชำร่วย + รายงานประจำปี (นึกว่าแม็กกาซีน)

ก็ก่อนเริ่มประชุม ขออธิบายก่อนนะครับ

BB = BEAUTY BUFFET
BC = BEAUTY COTTAGE
MN = MADE IN NATURE

เพื่อความสะดวกของผม อิอิ

วาระที่ 1 รับรองการประชุม 3/2555 

วาระที่ 2 รับทราบผลการดำเนินงาน แผนการ

ผลการดำเนินงานปีก่อน 


( กำไรต่อหุ้น 55 เทียบ 120 ล้านหุ้นโดยประมาณ ปัจจุบันมี 300 หุ้น หรือกำไร 0.58 บาทต่อหุ้น)

แผนการดำเนินงานปี 2556 

กลยุทธ์  เนื่องจาก ธุรกิจเครื่องสำอางเป็นธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงไวมาก
  1. Multi Brand เพราะลูกค้าถูกแบ่งเป็นกลุ่มๆมากขึ้น จึงต้องมีหลายแบรนด์เอไว้รองรับหลายๆกลุ่ม ให้กว้างขวาง และมีเป้าหมายที่ชัดเจนในแต่ล่ะกลุ่ม
  2. Multi Product ผลิตภัณฑ์หลากหลาย ตามความต้องการในการใช้งานของลูกค้าแต่ล่ะคน จะได้ยืดหยุนในเรื่องการผลิตสินค้าที่กระแสมาเร็วทันกับอุตสหกรรมความงาม
    1. ผลิตภัณฑ์ จะมีหลายรูปแบบ (แผนการตลาดแนวราบ)
    2. และจะมีหลายระดับราคา (แผนการตลาดแนวสูงต่ำ) 
      1. เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
  3. Multi Channels หลังจากที่ทำในแววงการนี้มา 10ปี ในช่วงปีที่มี BBกว่า 100 สาขา (ก่อนเข้าตลาดหุ้น) ด้วยความที่เรามี Know How มาก บริษัทมีศักยภาพมากกว่านั้น เลยเพิ่มช่องทางมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งช่องทางสินค้า Consumer ด้วย เพื่อเข้าถึงลูกค้าทุกระดับ (ปัจจุบันมี BC และ MN ซึ่งในอนาคต จะเพิ่มช่องทางอีกช่องทาง ชื่อ B?)
ปรัชญาในการทำธุรกิจ
  1. Creative คิดต่าง ไม่ซ้ำใคร เป็นผู้นำความแปลกใหม่ ไม่ลอกคนอื่น เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ 
  2. Dynamic เพราะธุรกิจเครื่องสำอางซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราต้องพร้อมเสมอ
  3. Sustainable เราต้องการยืนยัน อยู่ได้นานๆ เราจะโตได้ สุขภาพต้องดีแข็งแรงด้วย
นโยบาย
  1. เน้นสร้างสินค้า High Quality Produce ที่ดี 
  2. Premium Design การออกแบบบรรจุพันที่ดูดี เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า
  3. Targeting a Larger เน้นลูกค้ากลุ่มที่ใหญ่ที่สุด (MID - END)
  4. Affordable Price ราคาที่พอสมควร แข่งขันได้ 
ปัจจุบัน มี
BB เป็นบริษัทที่ทำมาต่อแรก 
BC เน้นแบรนด์มากขึ้น ราคาสูงกว่า เน้นธรรมชาติผสม Design Wind Tad (วินเทล์) 
MN เป็นสินค้ากลุ่ม Consumer ไม่มีร้านค้าเป็นของตัวเอง ขายผ่าน Modern Trade ปัจจุบันมีสินค้า 2 ชนิด ในอนาคตจะเพิ่มขึ้น ลูกค้ากลุ่ม Premise mass
B? รอเพิ่มแบรนด์ เป็นรูปแบบใหม่ทั้งหมด เพื่่อเพิ่มรายได้ กำไร ในกับบริษัท


ปี           ยอดขาย           GP         NP         GPM%      NPM%
2010          504             338         102           67              20
                +22%           +29%      +31%
2011          615             437         134           71              21
                +26%           +25%      +29%
2012          718             549         174           71              22
                +30% เป้าหมาย                
2013          XX             XX          XX      ประมาณ 70    20


IPO ปี 2013 มี Projection การใช้เงิน

           2012      2013(เป้า)       ปัจจุบัน (25/4/56)
BB        148           180                157
BC          31            50                   41 
งบส่วนนี้ 125ล้านบาท

สร้าง Ware House & Training Center พัฒนาเรื่องอื่นๆ 120ล้านบาท



พัฒนาแบรนด์ใหม่ๆ , E-com , ช่องทางอื่นๆ

ปัจจุบันมีพนักงานประมาณ 400 กว่าคน มีการเทรนพนักงานใหม่ๆ 2สัปดาห์โดยประมาณ ต้องดูแลดีๆ เพื่อให้เขารู้สึกดี จะได้ขายดี

New Product 2013 
ปีนี้ยอดขายโต 30% 

Brade สินค้าเพิ่ม ของแต่ล่ะกลุ่ม
            2555          2556
BB         216             222 
BC            6                89
MN           2                33 

Marketing Plan
ทำตลาดทั้งด้านลงทุนด้วยเงิน และกิจกรรมต่างๆ 
สื่อต่างๆ (เน้นที่แม็กกาซีนมากกว่า)
โฆษณา TV ไม่เยอะ (คิดว่าไม่มีมากกว่า ไม่คุ้ม)
สื่อดิจิตอล youtube facebook bloger 
ขายร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ 
กิจกรรมต่างๆ
CRM 
ใช้สื่อเฉพาะทางกับลูกค้าโดยครง

*จะใช้เงิน่ต่างๆ ให้รอบคอมที่สุด 

โอกาสการขยายตัว
 AEC ปัจจุบันมี 1 สาขา ที่พนมเปน 
อนาคต
พนมเปน จะเพิ่มเป็น 3 สาขา และเพิ่มอีก 1 สาขาในจังหวังอื่น
เวียนจัน 2 สาา
เวียดนามอีก 2 สาขา รออยู่

*จะบอกทั้งหมดในส่วนที่เริ่มมีการทำงานจริงๆแล้วเท่านั้น

Q E-com มีเป้าหมายยังไง ร่วมคนอื่น หรือทำเอง เห็นผลเมื่อไหร่

A E-com เป็น 1 ช่องทางการที่น่าสนใจมาก แล้วก็ต้องทำตามผู้บริโภคไปเรื่อยๆด้วย 
แนวทางพํฒนามี 2 แบบ 1. พัฒนา เวปเอง หรือ 2 ทำร่วมกับผู้อื่น
ปัจจุบันฝ่าย IT ,Market กำลังศึกษากันอยู่ ส่วนช่องทางขายร่วมกับผู้อื่น กำลังเลือกสินค้าอยู่ 
เป็นช่งทางที่พึ่งเข้า ยังบอกเรื่องรายได้ไม่ได้

Q 
  1. ใน OP มีพวกครอสนวดหน้าแล้วให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของเขาด้วย เพราะผู้หญิงที่มีอายุ มีเงิน ชอบมากๆ ไม่ทราบว่า BEAUTY มีไม 
  2. MN ทำจาก ธรรมชาติ เป็นไปได้ไม ถ้าจะใช้ ขมิ้น กาวเครือ มาผสมขายในสินค้า
A เป็นคำถามที่ดีมากครับ
  1.   เรื่องโปรแกรมนวดหน้า Beauty มีโครงการที่จะทำอยู่แล้วใน BC กำลังศึกษาอยู่ว่าจะทำแบบไหน ขาย บริการ หรือให้เป็นสิทธิ์ เมื่อซื้อสินค้า (อยู่ในช่วงศึกษาอยู่)
  2. MN สมุนไพรน่าสนใจ ซึ่งโดยปกติจะแบ่่งเป็น สมุนไพรไทย กับ สนุมไพรต่างประเทศ MN เป็นแบรนด์ที่วางไว้ว่าจะใช้สนุมไพรจากต่างประเทศมากกว่า ส่วนเรื่องสมุนไพรไทย คิดว่าต้องทำแบรนด์ใหม่เลย จะดีกว่า เป็น Ideal ที่ดีมากเลย ส่วนกาวเครือ มีในส่วนผสทของสินค้าของ BB แล้ว 
วาระที่ 3 อนุมัติงบการเงิน

Q ภาษีในปี 2554 กับ 2555 ในงบกำไรขาดทุน กับเงินกระแสเงินสด จ่ายไม่เท่ากัน เพราะอะไร

A งบกระแสเงินสดเป็นภาษีที่ค้างจ่ายในปี 2554 ซึ่งถูกเลื่อนมาจากในปี 2555 แทน

Q งบ Kamart มีรายได้ที่พอกับ Beauty (kamart 680 กับ  beauty 769 ตามลำดับ) แต่ค่าใช้จ่ายในการขาย Beauty เยอะกว่ามาก ( kamart 84 กับ beauty 255)

A เข้าใจว่าเป็นลักษณะธุรกิจ Kamart เป็นเฟสไซส 100% ทำให้ไม่มีค่าเช่า ค่าหน้าร้าน ค่าพนง 
เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ล่ะบริษัทด้วย โดยทาง Beauty เลือกโตแบบยั่งยืนมากก่ว่า 

Q เดินผ่านร้าน BB บางที่ มีพนักงานมากเกินไปไหม

A พนักงานมากกว่าลูกค้า ต้องเข้าใจว่า แต่ละช่วงเวลาไม่เหมือนกัน บางช่วงว่าง บางช่วงคนเยอะ เราต้องการบริษัทลูกค้าให้พอ อย่างวันเสาร์ อาทิตย์ พนักงานส่วนใหญ่ไม่พอ ยิ่งบิวตี้ มีการแต่งหน้าด้วย 
*สาขา CPN ปิ่นเกล้า กำไรดีมาก

Q มีปัญหาเรื่องค่าเช่าที่แพงไหม ในบางห้าง อาจทำให้ไม่กำไรในทุกเดือน

A เรามีการตัดสินใจก่อนแล้ว 
จุดไหนค่าเช่า เท่าไหร่  พื้นที่แค่ไหน หน้าร้านกว่างไม เราคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมด ตั้งแต่แบบ แย่ ปานกลาง และ ดี ยิ่งเปิดเยอะ เรายิ่งมีร้านเยอะ เราก็มีข้อมูลเยอะ คาดการณ์ได้ 
*บางที่ค่าเช่าอาจจะแพงมากๆ แต่ก็ต้องยอมจ่าย เพราะเป็นเรื่องของแบรนด์ด้วย

Q ค่าใช้จ่ายขึ้นมา ค่อนข้างมากในปีที่ผ่านมา 

A สาขาเพิ่ม ค่าเช่าเพิ่ม เข้าตลาดหลักทรัพย์ ก็ดึงคนเก่งๆเข้ามาช่วยบริษัทด้วย ปรับค่าแรงก็ด้วย แต่บริษัทก็รักษาการโตที่รักษาระดับ GPM NPM ไว้เสมอ
เรามองดูตัวเลขที่ดีด้วย ไม่ได้ทำธุรกิจอย่างเดียว

วาระที่ 4 ปันผล
วาระที่ 5 กรรมการ
วาระที่ 6 ผลตอบแทน โบนัส
วาระที่ 7 ผู้สอบบัญชี
วาระที่ 8 อื่นๆ

Q เสนอแนะ ในงบการเงินมีเงินสดกว่า 200ล้านบาท แต่ในนั้นมีหนี้สินอยู่ 5 ล้านบาท และมีดอกเบี๊ยจ่่ายอยู่ 4แสนกว่า น่าจะเอาเงินสดไปชำระหนี้ให้หมดก่อนได้ 

A น่าจะเป็นหนี้จาก สาขา MBK  เพราะเป็นที่เซ็งต่อสัญญาระยะยาว ต้องระวัง เดียวคนอื่นเอาที่ไป

Q ปลายปีนี้จะมีสินค้าเข้า Modern Trade อาจจะทำให้มีปัญหาเรื่องกระแสเงินสด เพราะต้องมี Credit term ด้วย จะไหวไม

A การเข้า Modern Trade จะต่างจากปกติ แต่จะมีผลยังไง ทางบริษัทได้ศึกษาและค่อยๆเข้าไป ส่วนเรื่องผลกระทบไม่น่าจะรุนแรง เพราะว่าสัดส่วนรายได้หลัก ก็มาจาก BB BC เหมือนเดิม

คำถามจากสมาคม
Q อยากรู้จุดแข็ง จุดเด่น  และการวางแผนในอนาคต

A หลังจากเข้า set  beauty เองก็เป็นธุรกิจค้าปลีกเครื่องสำรองเพียวๆ ซึ่งคู่แข็งก็มี แต่เราจะโฟกัสในสิ่งที่ทำอยู่ ไม่เปลี่ยนไปทำอย่างอื่น ทำในสิ่งที่ถนัด เครื่องสำอางเองก็เป็นธุรกิจที่มี NPM สูง 
ธุรกิจเครื่องสำอางเป็นธุรกิจที่จำเป็นมากสำหรับผู้หญิง ทุกวันนี้คนคำนึงถึงหน้าตามาก 
"บางคนไม่กินข้าวไม่เป็นไร แต่ถ้าไม่แต่งหน้า อยู่ไม่ได้เลย"

เป็นธุรกิจที่กระแสเงินสดดีมาก มีโอกาสขยายตัวกว้างขวาง ลงทุนต่ำ กระจายสาขากระจายความเสียง ถึงมือผู้บริโภคมากมาย 

ในบางช่วงมีวิกฤตบาง การเมือง น้ำท่วม บางสาขาก็มีปัญหา แต่โดยรวมแล้ว ไม่มีผลกระเทือนเลย 

ที่จริงมีอีกเยอะ แต่พอแค่นี้ก่อน (ผบ บอกเองนะ) 

แผนงาน
หลังจากเข้าตลาด ก็มีหลายฝ่ายมาขึ้น มี QC ตรวจสอบมากขึ้น รวมถึงผู้ถือหุ้นด้วย 
เราต้องรับผิดชอบในเงินลงทุนของผู้ถือหุ้น มีการตั้งเป้าหมาย มีต้นทุนต่างๆชัดเจน มีมาตรฐานมากขึ้น....
(จดไม่ทัน) 

ทั้งตอนนี้ และอนาคต จะดีขึ้นเรื่อยๆ

Q
  1. รูปแบบ B? เป็นยังไง ได้ยินว่าจะเอาสินค้าคนอื่นมาขายด้วย 
  2. สินค้าที่วุฒิศักร์ คลินิก ไม่ทราบว่าเราเกี่ยวข้องอะไรหรือเปล่า
  3. ค่าเงินบาทแข็ง เราได้อะไรไม
A
  1. B? เป็นโครงการใหม่ ที่จะนำสินค้าคนอื่นเข้ามาด้วย อยากบอกแต่เป็นความลับทาธุรกิจถ้าบริษัทคิดอะไรขึ้นมาก ขอให้เชื่อว่าเราทำได้ เราหาช่องว่างคู่แข็ง ปัจจุบัน 50% แล้ว มีทีมงาน บุคลากร ครบแล้ว รอเปิด ขอให้อดใจรอกันนิดนุง
  2. ไม่ใช่วุฒิศักร์คลินิก เป็นวุฒิศักร์ฟาร์มาซีน คนละอย่างกัน ไม่เกี่ยวกัน เป็นการขายสินค้าของ MN แล้วก็ไม่มากนัก ส่วนที่ต่างประเทศ คนที่เป็น Partner เป็นคนเดียวกัน เลยเปิดใกล้กัน 
  3. ในบางรายการ เรานำเข้า แตไม่มีผล ส่วนใหญ่จ่ายเป็นเงินบาท
Q  MN ยังไม่เห็นเลย

A ในโลตัส top ตอบรับแล้ว รอเรื่องขั้นตอนเอกสาร ไม่นานจะได้เห็น

Q อยู่ภาคเหนือ สำรวจมาหลายร้าน มีปัญหาเรื่องสินค้าขาด และขาดเป็นเวลานานด้วย เป็นเดือนๆ แถมลายสาขาด้วย พนักงานก็บอกไม่มี เป็นปัญหาด้านโลจิติกหรือเปล่า หรือปัยหาด้าน ware house ไม่พอหรือเปล่า

Aสินค้าขาดจริงๆ 
ปัจจุบันน้อยลงมากแล้ว แต่ก็ยังมีบาง ในธุรกิจค้าปลีก มีปัญหาเรื่องสินค้าขาดเยอะ ไม่ว่าจะเป็นคนซื้อเยอะ ในช่วงเวลาใดเวลานึง (เช่น ทุกสัปดาห์ ขายได้ 5 ชิ้น จู่ๆสัปดาห์นี้ มีขาย 10 ชิ้นเลยหมดเลย) หรือ บางทีขายสินค้าใหม่ แต่ขายดีเกินคาด ทำให้ขาดตลาดช่วงคราว

อย่างปีก่อน สินค้าขาดเยอะเพราะว่าแพ็คเก็จจิ้น บรรจุพันไม่พอ เพราะเรื่องน้ำท่วมในปีก่อน โรงงานที่ทำบรรจุพันโดนน้ำท่วม ทำให้ผลิตไม่ได้ โดยเฉพาะสินค้าที่ใช้บรรจุพันเฉพาะโรงงาน 

การขาดสินค้า อันตรายมาก เพราะอาจทำให้ลูกค้าไม่กลับมาซื้ออีก เสียโอกาสในการขายด้วย 

ทางเรารู้หมดเลยว่าสินค้าขาด จนต้องแก้ปัญหาเรื่องสินค้าขาดอย่างเร่งด่วนด้วย ตอนนี้ดีขึ้นเยอะมากแล้ว เราติดตามปัญหาอย่างใกล้ชิดเลย

ในอนาคตคงดีขึ้น แต่โดยปกติแล้ว การลงสินค้า จะลงเป็นอาทิตย์ๆ ถ้าสัปดาหไหนขายดี ก็ต้องเพิ่มสินค้าที่ลงร้านให้มากขึ้นอีก

ส่วนด้านโลติดจิกไม่มีปัญหาเลย เรื่องช้าเรื่องจัดเก็บ ไม่มีปัญหา แล้วมีการเตรียมพื้นที่เก็บเพิ่มแล้ว

Q
  1. ที่ผ่านมา Shop ใช้เวลา 8 เดือนคืนทุน ตอนนี้ยังเหมือนเดิมไม
  2. พนักงานขายมีวิธียังไงบ้างในการวัดผล เพราะก็มีทั้งดี ไม่ดี
A
  1. ค่าเฉลี่ย Shop ใช้เวลา 8-12 เดือนในการคืนทุน อนาคตก็ขึ้นอยู่กับทำเล เรามีการวัดผลเสมอ และพยายามควบคุมเสมอ
  2. การบริการ เราเปิด200 สาขา บริษัทก็พยายามควบคุม operation มีการดูเสมอ มีหลายฝ่ายไปเยี่ยมสา แบบสุ่ม มีบัญชีไปรวจสินค้าด้วย
เรื่องตรวจสินค้า ถ้ามีสินค้าหายไม่เกิน จะให้โบนัสพนักงานแทน (เมื่อก่อนหักเงิน แล้วพนักงานไม่พอใจกัน) 

เรื่องพนักงานที่ีปัญหาก็ไม่แก้ตัว แต่อยากรู้ด้วยซ้ำว่าอยู่สาขาไหน แต่ขอนอกรอบ
เราพยายามในการดูแลอยู่เสมอ มีการ check list ต่างๆ การจัดการร้านค้า ต้อนรับลูกค้าต่างๆ และดูกลอ้งวงจรปิดประกอบด้วย 
ผมเชื่อว่า Beauty มีการอบรมที่ดี แต่ก็อาจจะมีบ้างที่หลุดไป เราพยายามมุ่งเน้นด้านนี้ด้วย

Q ต่างประเทศ มี partner อยากให้ระวัง เรื่องเคส pizza กับ น้ำดำ บางทีธุรกิจไปด้วยกันดีๆ ก็แตกคอ ทำให้เราเสียหายได้
 
A นโยบายมี 2 แบบ คือขยายเอง ทำเอง จะค่อนข้างลำบาก และไม่คุ้ยเคย
 อีกแบบคือ partner เราเลือกข้อนี้ แต่ล่ะทางมีข้อดีข้อเสีย เราก็เลือกทำไป เรียนรู้ไป ศึกษาไป มีสัญญาต่างๆกันมีปัญหาด้วย
ในอนาคตจะมีทำเองไม บอกยาก แต่เราเลือกทางที่ดี มีการติดตาม จะดีกว่า

Q สินค้าแตก จากการรับทางพัสดุ
พนักงานที่มีปัญหา ต่อว่าลูกค้า คิดว่าจะแก้ไข ระวังยังไง

A เรื่อสินค้าเป็นปัญหา ด้านการส่งมากกว่า เราก็เพิ่มช่องทาง boxset ช่องทางใหม่เหมือนกัน ในส่วนนี้เราให้ partner ทำ 
เรื่องพนักงานต่อว่า เราต้องบอกว่าในธุรกิจ ลูกค้าถูกเสมอ เราพยายามเสมอที่จะอบรมเรื่องนี้ แต่พนักงานมาก ก็มีหลุดกันบ้าง

จบการประชุม 

นอกเรื่อง 
Q บางที่ขายส่ง ลดราคา 70% เลย จะทำให้มีปัญหาไม

A บางทีลูกค้าเขาซื้อไปขายเอง อย่างเกาหลี จีน หรือบางจังหวัดที่สมัยก่อนไม่มีร้านไปเปิด เราเองก็ยอมเพราะเหมือนเป็นการทำตลาดไปด้วย ถ้าเขาเหมาไปแล้วขายดี เราก็กล้ามากขึ้นที่จะไปเปิด

Q เรื่องการเปิดเป็นร้านเล็กๆ ในบางที่ หรือสนามบิน

A การเปิดร้านเล็กๆ ถ้าเล็กมากไป ไม่แสดงถึงความเป็นแบนรด์ เราก็ไม่เอา ส่วนสนามบิน ค่าเช่าที่แพงเกินไป 





















Friday, April 19, 2013

ประชุมผู้ถือหุ้น RS 2556

ประชุม ผู้ถือหุ้น RS ประจำปี 2556 
RS Hall ลาดพร้าว 15 
19/04/56



วันนี้แดดร้อนแรง ตลาดหุ้นยังเรียกนักลงทุนหน้าใหม่ไม่ขาดสาย แต่ผม เม่ามึนทำงานเป็นมาร์ แอบโดดงานมาเป็นนักลงทุนชั่วคราวสักพักนึง บังเอิญที่ทำงานอยู่ใกล้กับที่ประชุม RS พอดี เลยถือโอกาส ไปเยี่ยมลูกค้าหน่อย 

ก็มาขึ้นรถที่ ยูเนียมมอล์ แถวๆMRT ลาดพร้าว เพราะได้ข่าวว่ามีรถมารับ ดีจังเลยสำหรับมาร์จนๆอย่างผม 

เมื่อเดินมาถึง เห็นรถสีสันบาดตามาแต่ไกล ติดป้ายไปประชุมผู้ถือหุ้น ไม่ผิดคันแน่นอน กระโดดขึ้นรถทันที

รถตู้เห็นชัดแต่ไกล เยี่ยม

หลังจากขึ้นรถตู้มา ก็ได้พบกับคนรู้จักพอดี บังเอิญจริงๆ แล้วก็เจออีกคน เขารู้จักเพราะว่าผมเคยทำเพจมาร์มึน (ปัจจุบันเป็นเพจ เม่ามึนแทน) แล้วรถก็เคลื่อนตัวพอดี ไม่รอช้า รถตู้ก็วิ่งมานิดหน่อยก่อนเข้าซอยแคบๆ แล้ววิ่งไปยังตึก RS ที่นัดไว้ 


เมื่อมาถึง ผมก็ลงหน้าตึก ก็มีพนักงานขอ RS มาต้อนรับ กลับ ลุงๆป้าๆ ที่มาลงชื่อเอาของฟรี แล้วก็รอรถตู้นั่งกลับยืนอยู่ 

ไม่รอช้า ขึ้นไปชั้น 7 แล้วก็เนียนๆ เป็นเพื่อนคนอื่นมาประชุมด้วย 
ปล. มีแต่ rs-w2 อ่ะ

คนไม่เยอะ แถมได้ของกินด้วย ^.^ ดีจังเลย

ก็ก่อนมาไม่คิด เลยไม่ได้กินอะไรมาเลย รีบมาถึงก่อนเกือบ ชม ก็เลยกินๆของที่ RS ให้มา แต่ว่าไม่พอ เลยไปกินขนมปังร้านข้างล่าง แถวนั้น 

ไร้สาระมาพอล่ะ ก็เริ่มประชุมเลยนะครับ 

วาระที่ 1 รับรองการประชุม 55

Q(ก่อกวน) ทำไมไม่ส่ง หนังสือมา ส่งแต่ CD มา แล้วก็ทำไมไม่มีหนังสือหน้างานเลย 

A บริษัทมีนโยบายลดการช้กระดาษ เพื่อสิ่งแวดล้อม แต่ถ้าท่านต้องการหนังสือ ก็มีแจ้งในเอกสารที่ส่งไปแล้วว่า ให้แจ้งมาทาง RS ก่อนเข้าประชุม 

หลังจากนั้น ก็คำถามไร้สาระ เลยไม่ได้จน เสียบรรยากาศประชุมกันนิดหน่อย ก่อนที่จะลงคะแนน แล้วก็เกิดปัญหาอีก ว่าคนนับคะแนนมั่ว

* คือคนนับคะแนน เขาดูจำนวนหุ้นทั้งหมด ว่าผ่าน ที่ไม่ผ่านมีน้อยมาก จนไม่แสดง % ออกมา หรือไม่ผ่าน 2200หุ้น จากทั้งหมด 

แล้วก็โวยวายอีก ว่ามีหุ้นเหมือนกัน ไม่ทำไมปฏิบัติดีๆ ไร้สาระ

วาระที่ 2 รายงานงบการเงิน 55 เทียบ 54 

การเปลี่ยนแปลงหลักๆ 

รายได้จากสื่อ
  • เพื่มจาก SAT TV มา ทั้งด้านราคาขาย และการเพิ่มช่วงเวลา โดยเฉพาะ sun และช่อง 8 เพราะได้อันดับ Sat TV 1และ 2 (ไม่รวม Free TV)
  • Radio ก็เพิ่มมากพอสมควรเพราะเป็นอันดับต้นๆเลย คนเลยมาโฆษณาเยอะ
  • Star Max เปลี่ยนมาจาก ยักษ์ TV เปลี่ยนเป็นวาไรตี้ดาราแทน
  • ไตรมาส 3 ปี 55 มีลาลีก้า ก็ได้ รายได้มาจาก ทั้งโฆษณา, กล่อง sun box, ถ่ายทอดสดผ่านมือถือ
  • Cool 93 ปรับค่าโฆษณา มีการเล่นเกมส์กับผู้ฟัง เป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม EASY... (จดไม่ทัน) 
  • โชว์บิต รายได้จากงานรับจ้างผลิตลดลง 
  • โชว์บิต รายได้จากกิจกรรมคอนเสริ์ตเยอะขึ้น (ปี 55 มี 3 อัน ได้เวลาเจมส์ ลิปออยแฮบปี้ ... (จดไม่ทัน)
  • เพลง รายได้ลดลง ทั้งเก็บลิขสิทธิ์ และแผ่นเพลง
Q(ก่อกวน) รายได้เท่าไหร่ จดไม่ทัน เพราะไม่มีในหนังสือ (แต่ผมเห็นมันโชว์อยู่บนจอนะ) แล้วก็จะเอาหนังสือ จะเอาน้ำเย็น เอากาแฟ เอาชาเย็น เอาทุกอย่างที่จะเอาได้ - ไร้สาระ 

Q อยากให้แยกค่าใช้จ่ายในการขาย บริหาร อื่นๆ
อยากรู้ว่า ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมคืออะไร 
อยากรู้ Q1 

A ค่าใช้จ่ายแยกได้ดังนี้
157.4 เป็นค่าใช้จ่ายในการขาย
 400ก่า เป็นค่าใช้จ่ายบริหาร
8.59 เป็นค่าใช้จ่ายพนักงาน
* ขออภัย จดไม่ทัน ไม่ชัวร์เท่าไหร่ 
เรื่อง Q1 ให้ไม่ได้ เพราะ กลต จะเล่นงานเอา และงบยังปิดไม่เสร็จ


*เสริม ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม ก็เหมือนบริษัท A ถือ B อยู่ 80% ถ้า B กำไร 10 บาท A ต้องบรรทึก 10 บาท แล้วไปหักออกจากส่วนได้ส่วนเสีย 2 บาท เพื่อให้เหลือ 8 บาทตามที่ถือ B อยู่
** ไม่แน่ใจนะ ที่เข้าใจแบบนี้

Q รายได้จาก ลาลีก้า แบ่งยังไง กับ Dtac แล้วเครือข่ายอื่นล่ะ 

A ลองดูก่อน เลยเริ่มกับ DTAC ในฤดูกาลแรก ฤดูกาลหลังจะแจ้งอีกที ว่าไง 
รายได้ DTac คิดเป็นค่าใช้จ่ายการตลาดให้ลูกค้าดูฟรี RSก็ได้รายได้ส่วนนั้นมา 

Q(ก่อกวน) อยากให้สไลดเพิ่มหน่วย ล้านบาท เพราะไม่เข้าใจ กลัวคนอื่นไม่เข้าใจด้วย 

Qรายได้จากธุรกิจอื่น ประกอบด้วยอะไรบ้าง
รายได้อื่นๆ ประกอบด้วยอะไรบ้าง

A รายได้ธุรกิจอื่น มาจาก สนามฟุตบอล ซึ่งยกเลิกไปแล้ว ทำให้รายได้ส่วนนี้ลดลง
รายได้อื่นๆ มาจากการขายซาก CD ที่ขายไม่ออก และ ขายสนามฟุตบอล 

สมาคมนักลงทุน
Q
 มีการวางแผนพัฒนาอะไรบ้าง เพราะต่อไปจะมีสื่อมากมาย อย่าง 3G Digital TV 

AEC เปิด ทำไง

Cable TV รายได้เท่าไหร่

A 
ต้องเข้าใจ 3G Digital TV เป็นเพียงตัวกลาง ใครสะดวกอะไรก็ดูไป ส่วน RS จะผลิต คอนเท้นเป็นหลัก พันาอย่าหยุด เช่น ช่อง 8 กับ ช่อง สบายดีทีวี ก็ดีที่สุดใน SAT TV แล้ว และปริมาณคนดูก็เยอะมากกว่าที่คาดด้วย

AEC มีถามมาทุกปี ว่าทำไง สื่อมันไม่มีพรมแดนอยู่แล้ว ส่ง THCOM ขึ้นไป ที่ไหนอยู่ในเขต ก็รับได้ มีแค่เรื่องภาษาไทยอย่างเดียว เดียวนี้ละครก็มี จีนกับ ยุโรป ดูเหมือนกัน เพลงใน youtube ขายในไทยได้ 50 : 50 ในต่างประเทศเลย 
เราศึกษาอะไรที่เป็นประโยชน์มากที่สุดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น 
ที่สำคัญ อนาคตการโฆษณาจะมีบทบาทมากขึ้นมาก เพราะไทยเป็นศูนย์กลาง AEC ด้วย อนาคตยังไงก็ดี

Cable TV ไม่มี มีแต่ SAT TV รายได้ 531 ลบ

Q 
กฎ กสทอ เรื่อง ลาลีก้า เป็นไงบ้าง

 Live starmax you chanel Cool จะได้ตาม plan ไม

A
ขอไป 22 คู่ จาก 44 คู่

star เป้า 100  you เป้า 130 ตามเป้า ส่วน cool ยังคาดไม่ได้ เพิ่มเปิด คาดว่าน่าจะได้ 80 - 90% 

Q กวน ไร้สาระ

วาระที่ 3 อนุมัติ งบดุล กำไรขาดทุน 

Q กวน ทุกวาระ สอนผู้บริหารอีกแล้ว 

วาระที่ 4 พิจารณา กำไร สุทธิ์ ปันผล

Qกวน บอกว่า ถ้ามีปัญหา จะให้เพื่อนๆขาย หุ้นจะได้ตกลงมาแรงๆ

A ในฐานะ ผู้บริหารใหญ่ จะทำให้ดีที่สุด เพื่อผลประโยชน์ส่วนใหญ่ รับฟังทุกความคิดเห็น แต่ถ้าความเห็นไหนไม่ดี ก็ไม่เอา

ตอนนี้เหมือนจะวางมวยแล้ว ผมเองยังอยากไปซัดคนก่อกวนเลย น่ารำคาณมาก แต่ก็มีพระเอกในงานลุกขึ้นพูด

"ในทุกการประชุม ผถห อาจจะมีคนที่มีอาการทางจิตบ้าง ก็้ต้องทำใจ แต่ยังไงก็ตาม ก็้ต้องขอบคุณผู้บริหาร ที่ทำให้บริษัทดีได้ขนาดนี้ และขอให้ ผบ สู้ๆ ครับ" 

อาการทางจิต หัวเราะทั้งห้องเลย 

วาระที่ 5 เลือกตั้ง กรรมการ

มีผู้คัดค้าน 22 เสียง (2200หุ้น) (2หมื่นนิดๆ) นักลงทุนรายละเอียด ผู้เป็นอาการทางจิต

วาระที่ 6 พิจารณาค่าตอบแทนกรรมการ

Qก่อกวน อย่าพึ่งเบื่อ ผมยังมีเรื่องจะถาม .... ไร้สาระ 

วาระที่ 7 พิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชี 

Qก่อกวน คิดค่าสอบบัญชีไม่เป็น

วาระที่ 8 อื่นๆ 

Q ฟังไม่ทัน

A Show Biz ไม่น่าโตมาก แล้วก็ปีนี้ก็วางแผนหมดแล้วเรื่อง คอนเสริต

Q
 ลาลิก้า ถ้า กสทอ ไม่ยอม ทำไง โฆษณาอย่างเดียวจะพอต้นทุนไม ขาดทุนไม

เพลงยังมีอนาคตไม

A 
ถ้า Worst Case แย่สุดๆ ก็คุ้ม เพราะค่าโฆษณาอย่างเดียวก็กำไรแล้ว ยังไงก็กำไร

เพลง นิ่งๆ แต่ดี มาร์จิ้นสูง 3G ก็พร้อม เทคโนโลยีใหม่ๆ Steaming ก็ดี เป็นยุคที่ดีที่สุดของเพลงเท่าที่เคยผ่านมา

Q มี sun box ขายลดราคาไม

A อยู่หน้าห้อง 

Q ส่วนแบ่ง ศิลปิน ผู้แต่ง RS เป็นไงบ้าง feed back 

A เดียวนี้ขายแผ่นได้น้อยลง เลยไปแบ่งโชว์แทน เพื่อให้ศิลปินอยู่ได้ และไม่กระทบการบริษัทมาก เพราะไม่ใช่รายได้หลัก ยังไงก็เป้าเดิม รายได้ 4000 ลบ เพิ่มจากสื่อเป็นหลัก

Q digital TV เป็นไง

A สนใจแต่ต้องรอให้ชัดเจนก่อน 
เราสามารถโตโดยไม่มี Digital TV ได้ 
มันเป็นโอกาส ไม่ใช่ความสำเร็จ ไม่ใช่มีเงินก็ทำได้ 
ถ้ามี digital TV ก็ดี ไม่มียิ่งดี

Q Digital TV มี 24 ช่อง จะมีผลกระทบของการขึ้นค่าโฆษณาไม 

A Sat TV มี ร้อยกว่าช่อง เราไม่มีปัญหา 
ปัจจุบัน ครัวเรือน ดู Sat TV 70% ของทั้งหมด (20% เป็นเสาก้างปลา) 
ที่ต้องลำบากคือ free TV มากกว่า กลุ่มนั้นเขาไม่อยากให้มี Digital TV  แต่สำหรับเรา ยังไงก็ได้ เพราะสุดท้ายแล้ว ก็อยู่ที่คนกดรีโมท ทุกช่องมีค่าเท่ากัน ต้องแข่งว่าใครจะสนใจมากสุด

สำหรับเรามันเป็นขาขึ้น เรารอมา 30 ปี 

Q สนใจ pay TV ไม 

A ภาพใหญ่ มีน้อยมากที่จะเก็บเงินได้ เพราะคนไทยชอบของฟรี 
ลาลีก้า รอไตรมาส 2 (ตอนนี้ยังไม่รู้) ปีแรก ขายกล่อง ให้ดูฟรี
ทำในสิ่งที่ RS ทำให้ดีที่สุด

Q RS เจาะแต่ตลาดกลางล่าง ทำไมไม่เจาะตลาดบน

A Cool RS เจาะตลาดบน เป็นอันดับ 1 มา 11 ปี 
ต้องมองเรื่องความเหมาะสมด้วย
Sat TV ต้องวัดจากคนดูส่วนใหญ่ เลยต้อง ตลาดกลางล่าง

เสริมจาก ผบ Cool รับได้ใน กทม และปริมาฑณ เลยต้องระดับบน แต่ SAT TV เป็ตลาด mass ทั่วไทย เลยต้องเป็นกลุ่มที่เยอะที่สุด คือ กลางล่าง

Q ถ้าได้ digital TV จะทำไง

A ช่อง 8 ชนะ Free TV แล้ว เรทติ้งดีกว่าช่อง 5 กับ 9 อีก 
วันนี้ยังแข่งได้ วันหน้าถ้าลงสนามเดียวกัน ยังไงก็ได้เปรียบ เราคล่องตัวกว่าเยอะ 
ถ้าถามว่ากลัวการแข่งไม เรารอแข่งมา 30 แล้ว 

Q ค่าโฆษณา บอกได้ไม

A สบายดี คนดูทั้งวัน ค่าโฆษณา 8000 บาท ต่อนาที 
ช่อง 8 มีละคร ตามช่วงเวลา ช่วงที่ดีที่สุด 20,000 บาทต่อนาที
Free TV ช่องดีๆ 5แสน รายการเท่าๆไป ถูกๆ ก็ 5หมื่นบาทแล้ว เรตติ้งต่ำกว่าเราอีก 
RS มีค่าโฆษณา สูงสุดของ Sat TV 

Q หลังจากฟุตบอลแล้ว ยังไงต่อ 2 ปีหน้า

A ปีนี้เป็นปีแรกที่ RS จะมีรายได้จากสื่อมากกว่าเพลง และจะสูงขึ้นเรื่อยๆ โดย RS เป็น media เข้าถึงคอนเท้น มันจะแข็งแกร่งแน่นอน




จบการประชุม 


ผมเองก็ต้องขอบคุณมาก ที่ผบ มีวิสัยทัศ และความอดทนต่อคนมีอาการทางจิตสูง มากนะครับ 

ส่วนไหนผิดพลาด หรือฟังผิด เขียนผิด ขออภัยนะครับ



Friday, April 27, 2012

ประชุมผู้ถือหุ้น APCO

ได้มีโอกาศไปประชุมผู้ถือหุ้น APCO มา เข้าใจว่าเป็นบริษัทเดียวในหลักทรัพย์ ที่ทำธุรกิจขายตรงนะครับ ที่อาคาร RS tower 

เมื่อขึ้นมาด้านบนก็พบว่า มีป้ายโฆษณาเต็มเลย ก็ตามภาพที่เห็นนี่ล่ะครับ






เจอขนมปังลวงโลกเข้าไป งงไป 3 ตลบเลย มันทำได้ไง(ว่ะ)





ก็ช่วงระหว่างรอการประชุม ผมก็อ่านนู้นอ่านนี้ไป แล้วก็เห็นคนข้างๆคุยกันเรื่อง สินค้าของ APCO ก็เลยหันไปคุยด้วยนิดหน่อย นิดหน่อยจริงๆ

คือผมได้พูดนิดหน่อยครับ แต่เขาพูดเป็นไฟเลยครับ แบบหยุดไม่ได้เลย ก็คือเขาเป็นตัวแทนขายสินค้า และก็ยังมาซื้อหุ้นด้วย เพราะว่าเชื่อว่า สินค้าของ APCO มันดีจริงๆ นอกจากนั้นที่ขาดไม่ได้ของตัวแทนคือการชวนผมเข้ารวมขบวน APCO ด้วย

เชื่อว่าหลายคนยังไม่รู้จักบริษัทนี้ดี เดียวขออธิบาย ย่อๆ ก่อนนะครับ มันขายตรง 

คิดว่าย่อเกินไป ขยายหน่อยล่ะกัน ก็เป็นบริษัท ที่ผลิตสินค้า ลดความอ้วนแบบทาที่ไหน นวดตรงนั้น ยุบเห็นผลเลย และก็ สินค้าที่เป็นยา อาหารเสริมมากกว่า เป็นน้ำจากปอกมังคุด และก็น้ำผักอื่นๆ ก็รักษาค่อนข้างครอบจักรวาลไปหน่อย ตั้งแต่ กรดไหลย้อน เข่าเสื่อม ยัน มะเร็งเลย น่าเสียดาย รักษาเอดส์ยังไม่ได้ 

หลังจากนั้น ก็ได้เวลาเปิดประชุม ผู้ถือหุ้นครั้งแรกล่ะ (เกือบโดนไปเป็นเครือข่ายล่ะ)

เป็น วาระนะ แต่ว่าเมื่อประชุมครั้งแรก เลยงงกันไปหมดเลย ผมก็เลยไม่ได้จดด้วยเลย เพราะว่า ผบ ให้คำถามทั้งหมด และ เสนอแนะ ไปอยู่หลังสุด ทีเดียวเลย มึนเลย เลยมีคนยกมือ ต่อว่าเรื่องตรงนี้ (แต่พูดจาแย่ จนบรรยากาศเสียหมดเลย

Q 

  1. รายได้หลักสูงมาก แต่ต้นทุนต่ำมาก เพราะอะไร (ต้นทุนสินค้าเพียง 20%) 
  2. ค่าใช้จ่ายในการค้าสูงมากเลย ( 50% ได้)
  3. ปี 53 พนักงาน 42 ปีนี้เหลือ 41 แต่ทำไมเงินเดือนรวมมันเพิ่มขึ้นล่ะ


A 

  1. สาเหตุที่ต้นทุนต่ำ เพราะไม่ได้คิดค่าลิขสิทธิ์ ค่าเวลาที่คิดค้นสินค้า 
  2. ค่าใช้จ่ายในการปันผลให้กับตัวแทนผู้จำหน่วยสินค้าของบริษัท (ธุรกิจเครือข่าย)
  3. คิดว่า พนักงานที่ออกเป็นพนักงานที่เงินเดือนต่ำ แต่ที่รับเข้ามาเป็นพนักงานที่ฉลาดกว่า เก่งกว่า เลยแพงขึ้น 
Q งบการเงิน มีการเอาเงินไปฝากตั่วการเงินไว้ จะครบกำหนดแล้ว ไม่ทราบว่าจะเอาไปทำอะไรต่อ

A ยังเป็นความลับอยู่ แต่จะเอาไปใช้แน่นอน

Q  (ผมถามเองล่ะ)
  1. ทำไมที่ต่างประเทศ ยอดขายหายไป
  2. เรื่องรายได้ ทำไมส่วนใหญ่ ลดลง ที่ยังอยู่ก็เป็นรายได้จากการขายสินค้าบำรุง
A ลูกค้าในต่างประเทศแย่งกัน จนขายไม่ได้ ตอนนี้กำลังสร้างทางใหม่อยู๋

งงเลย ลูกค้าแย่งกัน เลยขายไม่ได้ ไม่เคยพบเห็นเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย

เสนอแนะ ให้เปลี่ยนคำในใบลงคะแนนเป็น เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ งดออกเสียง 

Q เรื่องปันผล 100% กลัวว่าจะไม่มีจ่ายในปีถัดๆ ไป และไม่มีเงินไปลงทุน

A เป็นไปตามหลักการทำงาน ถ้ามีก็จ่าย ตอนนี้ก็ยังมีอยู่เยอะ 

Q ความคืบหน้าในโครงการ 1 อำเภอ 1 ศูนย์ แล้วรายได้ต่อศูนย์ เท่าไหร

A ในไทยคาดว่ามีประมาณ 900 อำเภอ หลักการคืออยากให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงและใกล้ชิด เพราะต้องการให้มีคำแนะนำให้ถูกต้อง (อย่างไม่เป็นไร ก็วันละ 2 เม็ด เป็นมะเร็ง 9 เม็ดต่อวัน) มันจะใช้ได้ผลอย่างแน่นอน ตอนนี้มี 130 ศูนย์ การตั้งศูนญ์ 60,000 บาท ส่งคือบริษัท 30,000 บาท 

(ไม่เข้าใจเท่าไหรนะครับ)

Q สัดส่วนรายได้ที่ดีที่สุด คือช่องทางเครือข่าย แล้วทางอื่นล่ะ

A ช่องหลักคือเครือข่าย คิดว่าจะส่งเสริมให้มากที่สุด เพราะธุรกิจ เกิดที่นี่ แต่ช่องอื่นๆ ก็คงมีบ้าง แต่ก็ต้องให้ความยุติธรรมกับนักธุรกิจที่ทำด้วย ต่อไปจะเริ่มมีการโฆษณาต่างๆ และโครงการสมัครงานเป็นเจ้าหน้าที่บริการสุขภาพ 

เน้นเรื่อง Oper BIM (อาหารเสริมชนิดหนึ่ง) มากที่สุด นอกจากนั้นก็มี ผลิตภัณต์ จากผลส้มแขก เอามาลดความอ้วนได้ด้วย ที่ทำให้บริษัทโตมาได้ถึงขนาดนี้ และต่อมาก็เปลือกมังคุดด้วย

ตอนนี้กำลังทำสัญญากับทางยุโรป เพื่อนำไปขายที่นั้น และกำลังติดตามเรื่องผลการรักษามะเร็งอยู่ 

สำหรับคนที่สนใจ ก็มีการแนะนำสินค้าทุกๆวันอาทิตย์ 13:00 -15:00 อยู่เสมอ

หลังจากจบ ก็มี Clip VDO แนะนำสินค้า โดยเอาคนที่เคยเป็นโรคมาลองสินค้า จนหายดี แล้วมาคุยกันนะครับ 


Thursday, April 26, 2012

ประชุมผู้ถือหุ้น BLA




ตอนเช้าเราก็ไม่แน่ใจรถจะติดไม(พูดเหมือนมีรถ) คนจะเยอะไม เลยรีบออกแต่เช้าเลย

ขึ้น BTS ไปลงอโศก (ปล.ไปเอาใบประชุมของแฟนหน่อย) แวะกินมาม่าคัพข้างCPALL แก้ร้อนหน่อย (ทีนี้ร้อนโครตเลย) 

แล้วก็เดินมาถึงจนได้ เหงื่อแตก ปากแดง ลิ้นพองเลย ไม่น่ากินมาม่าเลย ก็ตอนนี้ 7 โมง (ประชุม 9 โมง เจริญล่ะ)
บรรยาการตอนเช้า 

ตอนมาได้รับมอบฉันทะไป 5 ราย ได้ถุงมาเต็มเลย 

อาหารกล่อง 6 กล่อง รอดไปอีก 6 มื้อ

หนังสือประชุมผู้ถือหุ้น ดันอ่านไม่ทันซะงั้นล่ะ

หน้าตารายชื่อ ท่านกรรมการต่างๆ 

บรรยายกาศภายใน


กระเป๋าลายซะขนาดนี้ 

ที่จริงผมว่าแจกเสื้อเลยดีกว่านะ จะได้โฆษณาไปในตัวเลย


บรรยายกาศในที่ประชุม


คุณ กิติชัย (อยากไปถ่ายรูปด้วย แต่ตัวเหม็นๆ แต่งตัวเน่าๆ เลยเกรงใจ เดียวนึกว่าขอทาน)

วันนี้ได้ไปคุยกับ พนักงานก่อนประชุม ก็เรื่อง BLA นี่ล่ะ พูดไปพูดมา เลยถูกชวนมาทำงานที่ BLA เป็นนักวิเคราะห์ ซะงั้น 

เริ่มการประชุมเลยนะครับ

วาระที่ 1 รับรองรายงานการประชุม 54

วาระที่ 2 รับทราบผลการดำเนินการ 54 

  • สิ้นปี 54 มี สินทรัพย์เพิ่ม 27%
  • สำรองเพิ่ม 29% 
  • อัตราความพอเพียงของกองทุน 222% (ตัวเลขนี้ไม่มั่นใจนะครับ จดไม่ทัน) ตามปกติ 125%
  • รายได้ FYP -9% เกิดจากปีก่อนมีเบี้ยสั้นๆ ที่ขายดีเยอะ แต่ปี 54 ไม่มี
  • RYP +35% 
  • TP เพิ่ม 
  • โดยเบี้ยมาจาก Bank FYP -9% RYP +72% TP+32%
  • เทียบกลุ่มอุสหกรรม FYP เฉลี่ย 5.19% (BLA -9%) RYP 10% (BLA 29%)
  • ลงทุน ตราสารหนี้ 88% หุ้น 7.6% 
  • รายได้รวม +28%  
  • ROI 5.3 ลดลงจากปีก่อน
  • ค่าใช้จ่าย 12% (เทียบ TP 4.3%)
  • ROE 28% ลดลง
  • EV 21.17 (+16.36%) VNB 1.34 (-24.36%) เกิดจากการปรับใช้เกณฑ์การกองทุนบำรุง (จดไม่ทัน) ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น
ขออภัย จดไม่ทันจริงๆ คุณ ชาณ พูดน้ำไหลไฟดับเลย

  • เป้าหมายปีหน้า
  • FYP +12.6%
  • RYP +8.8%
  • TP +9.9%
และแล้ว คุณ กิติชัย ก็ประเดิมเลยครับ

Q 
  1. นโยบายการตั้งสำรอง จะตั้งเท่าไหร่ เพราะปีที่ผ่านมา 3 ไตรมาสแรกก็ตั้ง 60 ไตรมาสสุดท้าย ตั้ง 80 
  2. จะบริหารอย่างไรให้ FYP ได้ดังเป้าหมาย (12.6%) หรือจะขายเบี้ยระยะสั้นอีก เบี้ย 2 ปี เหมือน2-3ปีที่ผ่านมา
  3. เห็นว่าตั้งเป้าหมาย ขยายตัวน้อยกว่ากลุ่มอุตสาหกรรมอีก ทำไม 
 A 
  1. เรื่องการตั้งสำรอง จะใช้เกณฑ์ จากคปภ คือ GPV กับ NPV โดย GPV จะ mark to market ทำให้เมื่อดอกเบี้ยลง ก็ต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้น ซึ่งทาง BLA จะเลือก GPV หรือ NPV ก็ขึ้นอยู่กับว่า ตัวไหนต้องสำรองสูง (เลือกตัวที่สูงกว่าเสมอ) และในปีนี้คาดว่าสำรอง 62-66% 
  2. ปีนี้จะออกเบี้ยระยะสั้นอีก แต่จะไม่ให้ออกมามากเกินไป เพื่อลดความเสี่ยง สำรองลง (เบี้ยสั้นจะต้องสำรองสูงกว่าเบี้ยระยะยาว
  3. การทำธุรกิจ ขึ้นอยู่กับการสร้างผลตอบแทน ปันหาคือเกณฑ์ การตั้งสำรองของประกันหลัก จะลดภาษีได้ 65% แต่เบี้ยสั้นๆ จะต้องสำรองมากกว่านั้น (น่าจะหมายถึง พยายามขายเบี้ยทั้งสั้นและยาว เอาให้ลงตัวที่ 65% พอดี)
วาระที่ 3 อนุมัติ งบดุล งบกำไรขาดทุน

Q
  1. ทำไมผลตอบแทนจากการลงทุนมันลดลง (ลงทุกปี) แล้วปีนี้จะได้เท่าไร
  2. นโยบาย 54 ทำไมลดการลงทุนในหุ้น แล้วปีนี้จะลดการลงทุนในหุ้นต่อหรือไม่
A
  1. ปีนี้คาดว่าจะได้ 5.03% (ลงไปอีก) 
  2. สำหรับหุ้น จะเน้นระยะยาวจากเงินปันผล และราคาหุ้นในอนาคต โดยจะลงทุนไม่เกิน 10% ของเงินลงทุน และในทุกปี ก็จะมีเบี้ยใหม่มาเรื่อยๆ ทำให้สัดส่วนการลงทุนในหุ้นลดลง เพราะไม่ได้ลงทุนเพิ่มเติม ส่วนเรื่องที่จะลงทุน ต้องดูสถาวะด้วย
วาระ 4 ปันผล กำไรสะสม

Q อัตราส่วน เงินกองทุน ต่อ ความเสี่ยง ประมาณ 200% (เมื่อกี้ที่เขียน 222% น่าจะเป็นตัวเดียวกันนะครับ) ตอนนี้ ผบ เห็นว่า มากไป น้อยไป แล้วที่เหมาะสมคือเท่าไร 

ในอนาคตถ้าเงินกองทุนมากไป จะมีโอกาสจ่ายเป็นเงินปันผลมากขึ้นไม อย่าง SCBLIF ยังทำได้เลย

A ความเพียงพอมาจาก Rich Chart จาก ระยะเวลาสินทรัพย์ลงทุน ต่อ ระยะเวลาหนี้สิน (จดไม่ทัน) โดยพยายามยึดสินทรัพย์ลงทุนให้มากขึ้น ระดับที่คิดว่าเหมาะสมคือ 250% ของ CAR ratio  ซึ่งตอนนี้อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ ก็เพิ่มขึ้นจากปี 53 ที่ 7.55ปี เป็น 8.6ปี ในปี54 จะช่วยลด Rich Chart ไปได้ รวมไปถึงการออกแบบประกันแบบใหม่ๆ ก็ช่วยลดต้นทุนเพื่อใช้เป็นระยะยาว 

Q ถ้าอนาคต เงินเกิน 250% แล้ว จะเพิ่มปันผลไม 

A มีความเป็นไปได้ แต่ต้องดูว่า มีโอกาสลงทุนในด้านอื่นๆ หรือไม่ 

เสริม ทุกครั้งที่ต้องจ่ายเงินปันผล ก็ต้องของ คปภ ก่อน เลยไม่อยากขอ ถ้าคิดว่าจะถูกปฎิเสธ แต่ถ้ามั่นใจ ก็จะขอให้

Q ทำไมปีนี้คิดว่า ROI 5.03% เอง แย่ลงไปอีก (ปีก่อน 5.3 5.4 ลดมาเรื่อยๆเลย) 
แล้วก็ SCBLIF ปันผลตั้ง 30 บาท ทั้งที่งบ BLA กับ SCBLIF ก็แข็งพอกัน 

A เรื่อง Payout ratio BLA ,SCBLIF มีการจ่ายเงินปันผลต่างกัน เพราะภาระผูกพันธ์ ต่างกัน และก็ไม่รู้ด้วยว่า SCBLIF เป็นอย่างไร 

อัตราผลตอบแทนจาก Yield Cave ก็ลดลงมาก ถ้าถือเงินในระยะสั้น ก็ทำให้ความพอเพียงต่ำลง เลยต้องลงทุนในตราสารหนี้ที่ดอกแย่ ( 10ปี 3.5%) ทำให้ผลตอบแทนเฉลี่ยลดลง เลยคิดว่าปีนี้ 5.03 % 

(ประมาณว่า ปีก่อนๆ ดอกเบี้ยสูง แต่ปีหลังๆ ดอกต่ำลง แต่ยังได้บุญเก่าจากปีก่อนๆเยอะ)

วาระที่ 5 พิจารณาแต่งตั้งกรรมการ 

วาระที่ 6 ค่าตอบแทน น้อยกว่า 14ล้าน (ปีก่อน 13ล้าน)

วาระที่ 7 พิจารณา ผุ็สอบบัญชี 

วาระที่ 8 อื่นๆ

Q 
  1. ทำไม ปีที่แล้ว FYP ลด ทั้งที่ค่าเฉลี่ยโต SCBLIF ยังโตเลย
  2. ทำไมไม่ทำการขายช่องทางอื่นบ้าง อย่างSCBLIF ยังจับมือโลตัสเลย มีตั้งหลายทาง ทำไมไม่ทำบ้าง จะเป็นที่ 5 แล้ว
  3. SCB ก็มีประวัติ จ่ายปันผลน้อยทุกปี แต่ปีนี้เป็นปีแรก เลยอยากให้ BLA จ่ายปันผลเยอะๆบ้าง จะได้ทำให้ ROE สูง DIV สูง คนจะได้สนใจ
ตบมือกันใหญ่ ผบยังตบมือเลย ตกลงยังไงนี่

A ผบตอบย้อนจาก 3 มา 1นะ แต่ผมแก้ให้นะ
  1. เรื่องว่าทำไมโตน้อย ตอบแล้วนะ ส่วนปีนี้ โตยังไง ก็จะพัฒนาแบบประกันให้มีแบบใหม่ที่ดีขึ้น รวมไปถึงการบริหารความเสี่ยงด้านการเงิน การพัฒนาผู้ขายประกัน เป็นผู้วางแผนทางการเงิน ก็น่าจะช่วยให้เบี้ยประกันโตขึ้น
  2. กำลังมุ่งเน้นใช้ช่องทางหลักให้แข็งแกร่งที่สุด แต่ก็มีการเริ่มให้ธนาคารขนาดกลางและเล็ก มาช่วยขายด้วย (เพิ่มช่องทาง) 
  3. Payout ratio ,Car ratio SCBLIF จะลงทุนหุ้นน้อยมาก เป็นตราสารหนี้เยอะ นอกจากนั้นยังเน้น คุ้มครองเครคิตเยอะ ซึ่งเป็นเบี้ยระยะยาวกว่า ทำให้ CAR สูง BLA มีค่า CAR ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม เลยทำให้จ่ายปันผลมากไม่ได้ 
Q การโฆษณา BLA คิดว่าจำเป็นหรือไม่ เพราะการควบคุมค่าใช้จ่ายของกลุ่ม Bank ขายประกัน BLA ค่อนข้างควบคุมได้ดีเยียม แต่ก็อยากให้มีการโฆษณาบ้าง นะครับ 

A มีการตั้งงบโฆษณามากขึ้นเยอะในปีนี้ แต่ก็ต้องระวังเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะตามมาด้วย 

เสนอแนะ อยากให้มีขายประกันแบบพิเศษ ให้กับผู้ถือหุ้น เพื่อจูงใจ และให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าธรรมดา

Q ได่ยินมาว่า จะมีรายได้จากการขายหน่วยลงทุน คิดว่าจะได้กี่ % 

(อันนี้ฟังไม่ชัด แต่คาดว่าจะหมายถึง คนขายประกัน ที่จะนำเสนอ ทั้งประกันชีวิต ประภัย หน่วยลงทุนอื่นๆด้วย )

A มีทิศทางให้ตัวแทนเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน แบบ One Stop Service รวมไปถึงประกันชีวิต ที่มีส่วนของการลงทุนด้วย ส่วนเรื่องรายได้จากจะหวังผลตอบแทนของการขายประกันชีวิตเป็นหลัก ไม่เน้นอย่างอื่นมากนัก

อนาคตไป จะมีประกันแบบ Unit Link ด้วย ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนเพิ่ม ถ้าBLA ทำ ROI ได้ดี แต่จะมีขั้นต่ำให้ดี เผื่อทำ ROIไม่ได้ตามที่ขาด (ซวยดิ ขาดทุนเลยนะ)

Q เรื่อง Unit Link AIA ทำแล้ว แล้วBLA เมื่อไหร่จะทำ แล้วมันค่อนข้างซับซ้อน กว่าจะสอนตัวแทนให้เข้าใจแล้ว ต้องใช้เวลา แล้วคิดว่าเมื่อไรจะมี

A อยู่ในการเตรียมการ แต่ Unit Link ไม่สามารถ ลดภาษีได้ แถมต้องสำรอง 90% เลยไม่ค่อยเหมาะกับปัจจุบันนัก ตอนนี้กำลังติดต่อกับรัฐบาลอยู่

Q เห็นมีกรรมการญี่ปุ่นอยู่ด้วย ไม่ทราบว่ามี ลูกค้าเป็นคนญี่ปุ่น หรือไปขายในประเทศญี่ปุ่นหรือไม่

A เขาช่วยขยาย เช่น ธุรกิจประกันภัยกลุ่ม ของบริษัทญี่ปุ่น นอกจากนี้ เขายังมีประสบการณ์มากว่า ยาวนานกว่าเราเยอะ เราก็ได้แนวคิดดีๆจากเขามามากเหมือนกัน  

เสนอแนะ อยากให้โฆษณามากขึ้น และตลาดผู้สูงวัยในประเทศไทย เยอะขึ้นมาก แต่ BLA กลับไม่มีในส่วนนี้เลย เลยรู้สึกเสียดายแทน 

Q สรุปเรื่องการเติบโต ปีหน้าเบี้ยโต 9% มันจะโตต่ำกว่าอุตสาหกรรมโดยรวม อย่างเดือน 1-2 ก็ได้ที่ 4 ไปแล้ว แพ้อีกแล้ว

A พยายามรักษา และขยายตัวอยู่ และกำไรสำคัญมาก จะพยายามรักษาสมดุลในการขยายตัวธุรกิจ กับกำไร อย่างปีก่อนก็เกิดปันหาไปแล้ว

(คาดว่า เบี้ยระยะยาวที่สำรองต่ำ มันค่อยข้างจะขายยากกว่าเบี้ยระยะสั้น ที่สำรองสูง เลยโตมากไม่ได้ ไม่งั้นโดนภาษีเล่นงานอีก เหมือนปีก่อน)

Q อยากเห็นความร่วมมื่อระหว่าง BLA กับ BBL อย่างเรื่องข้อมูลบัตรเครดิต ที่โทรมาก็มีแต่ BKI ทั้งนั้นเลย BLA หายจ๋อมไปเลย เพราะ Credit life ก็สำรองต่ำ เมื่อเทียบกับ ประกันขายผ่านแบงค์

A เห็นด้วย 

(เฮ้ ตอบงี้ได้ไงอ่า)

จบการประชุมนะครับ ก็ยังไงข้อมูลผิดพลาด เขียนผิด ฟังผิด ก็ขออภัยนะครับ

Wednesday, April 25, 2012

ประชุมผู้ถือหุ้น Kamart


วันนี้ได้มีโอกาสมาประชุมผู้ถือหุ้นของ Kamart หุ้นร้อนแรงแห่งปี 12เท่าในปีเดียว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลธุรกิจหลัก 

อุ๊ย เห็นพุงผมเลย


ก็อย่างว่า เราต้องใจมาประชุม แต่สมองย่อมขาดน้ำตาลไม่ได้ ซักหน่อยก่อนประชุมล่ะกัน




หนังสือรายงานผู้ถือหุ้น ครึงแรก ไทย ครึ่งหลัง อังกฤษ


ก่อนเริ่มการประชุม ผมสังเกตุว่า ไม่มีแจกใบ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ไม่ออกเสียง มานะครับ แปลกมากเลย จากที่ไปประชุมมาหลายๆที

ประชุม kamart
วาระที่ 1

รับรองการประชุมปี 54 และเรื่องประกาศลดทุน ล้างขาดทุน

วาระที่ 2.1

แจ้งผลการดำเนินงาน รายได้ที่เพิ่ม กำไรที่เพิ่ม จากการขยายธุรกิจใหม่

วาระที่ 2.2

จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวด ไตรมาส 1 โดยได้หุ้นล่ะ 0.05บาท

วาระที่ 3.1

พิจารณา อนุมัติงบดุล กำไรขาดทุน
เป็นปีแรกที่ รับรองโดยไม่มีความเห็น (เพราะไม่ขาดทุน)

วาระที่ 3.2

แต่งตั้งผู้สอบบัญชี ค่าตอบแทน

วาระที่ 3.3

เลือกกรรมการใหม่ ทดแทนกรรมการเก่า
ค่าตอบแทนทั้งปี ไม่เกิน 3 ล้าน

วาระที่ 3.4

งดจ่ายปันผล 54 (เนื่องจากลดทุนล้างขาดทุนสะสมไม่ทัน)

วาระที่ 4

อื่นๆ

ก็เริ่มถามกันวาระนี้ล่ะ เห็นเงียบมาตลอดทางเลย

ก็จะมีเรื่อง ผบ นิดหน่อย ที่พูดเร็วมาก จดไม่ทัน

Q การย้ายจากกลุ่ม ยานยนต์ มา ค้าปลีก ได้เมื่อไหร่

A เร็วๆนี้ ส่วนเรื่องที่ล่าช้า เกิดจากทางตลาดหลักทรัพย์รอประขุมในเดือนพฤษถา ทางบริษัทส่งเรื่องไป 2 รอบแล้ว


การย้ายก็อยู่ที่ตลาดหลักทรัพย์ด้วย ถ้ารายได้จากส่วนไหนมากกว่า 70% ก็จะทำการย้ายกลุ่ม 


เพิ่มเติม การแจ้งเริ่มในปลายปีที่แล้ว มีการเจรจาแล้ว แต่ตอนแรกตลาดจะให้เป็นอีกหมวดนึง (คาดว่า อุปโภค บริโภค) และมีการออกต่อว่าตลาดหลักทรัพย์นิดหน่อย


Q ธุรกิจเดินรถ ที่รายได้ลง ขาดทุนเรื่อยๆ จะทำยังไง

A เดินรถเมล์ ท่าน้ำนนท์ สนามหลวง มาจากความคาดหวังด้าน NGV ที่มากเกินไป 


รถเมล์ก็ทำไปเรื่อยๆ ในอีก 10 เดือน ก็จะผ่อนลิลซิ่งหมด และอีก 2 ปี ก็จะผ่อนของ Tisco หมด 


โดยค่าผ่อน เดือนละ ล้านบาท แต่รายได้ 7-8แสน ทำให้ขาดทุนมาตลอด ที่เหลือก็รอผ่อนหมด กระแสเงินสดจะได้เป็นบวก 


ตอนนี้ก็มีรถเมล์วิ่งให้บริการ IKEA ด้วย ได้เพิ่มอีก 7-8 แสนเหมือนกัน 


เป็นธุรกิจที่เราไม่ถนัด ถ้ามีใครต้องการ ก็จะขายให้ทั้งที แล้วนำเงินไปขยาย KAMART ต่อไป


Q ร้าน kamart  มีกี่สาขาแล้ว เป้าหมาย 100 สาขาปีนี้ เป็นยังไง 

A ระหว่างรอเปิดมีเยอะ รวมๆแล้ว 50 สาขาได้ ต่อไปก็จะเปิดเรื่อยๆ ที่ภูเก็ตด้วย และจะมีสินค้าอื่นๆ นอกจากเกาหลี 


โดยรวมแล้ว ยังมีจุดอ่อนอีกเยอะ ต้องแก้ไขไปเรื่อยๆ ต้องปรับปรุงอีกมาก แต่เป็นแนวโน้มที่ดีมากๆ และการหาสินค้าลงในร้านเพิ่มอีก

Q ลูกค้าหลักคือ คนขายสินค้า และ shop โดย คนรับ เยอะกว่า shop อีก ในปีต่อไป คิดว่าจะทำยังไง

A ช่วงเริ่มต้น ธุรกิจ มีการขายเยอะมากๆ เลยเกิดปันหาเรื่องราคามาก เพราะแต่ละที่ไม่เหมือนกัน อย่างตลาดนัดที่ทุนต่ำ หรือห้าง ที่ไม่ต้องการกำไรมากมาย ราคาเลยตัดกันเอง


อนาคตไป จะให้ shop เป็นศูนย์กลางการส่งของด้วย


ธุรกิจออนไลน์ จากบรรลุก็ต้องราคาถูก ส่งของไว ด้วย จากที่สำรวจในประเทศที่เจริญกว่าเรา มีการซื้อขายผ่านเน็ต 30% เลยทีเดียว เลยอยากให้ที่ shop กับ online เป็นราคาเดียวกัน แต่Online จะมีการแถมมากกว่า (แต่ตอนหลังกลับบอกว่าเหมือนกัน งงเลย)


ส่วน Shop ก็จะถูกชวนมากทำออนไลน์ และจะได้เป็นตัวแทนในการส่งสินค้าให้ kamart ด้วย เพื่อแบ่งกำไรด้วย 


วิธีการคร่าวๆ คือ เมื่อ 

  1. ลูกค้าสั่งสินค้าผ่านเน็ตและจ่ายเงินมา 
  2. kamart ก็จะรับเรื่องและเงินไว้ 
  3. Kamart จะแจ้งให้ shop ที่ใกล้ ที่อยู่ลูกค้ามากที่สุด ดำเนินการส่งของ 
  4. เมื่อลูกค้าได้รับสินค้า จะมีการเซ็นรับสินค้ามา
  5. Shop ที่ได้ใบรับสินค้ามา จะมาแจ้งทางkamart เพื่อรับเงิน
  6. กรณี Shop ไม่จัดการใน 3 ชม หรือไม่มีสินค้า ทางKamart ก็จะย้าย Shop เป็นที่อื่นที่ไกลกว่านิดหน่อย
นอกจากนั้น จะให้ shop ดำเนินการขายธุรกิจอื่นๆมาขึ้นด้วย

Q รายได้หลัก ตอนนี้มาจาก คนรับสินค้า ไม่ใช่ Shop 

A คนรับสินค้า เป็นการขายให้กับรากหญ้าเลย อาจจะขายถูกกว่า หรือแพงกว่า Shop ก็ได้

หวังให้ Shop เป็นสัญญาลักษณ์ และเริ่มธุรกิจ Online แล้วด้วย นอกจากนั้น ทางบริษัทเองก็อยากหาผู้ที่จะมาลงทุนทำ stock สินค้าให้กับ Kamart ด้วย (ไว้ส่ง Online) 

( ผมรู้สึกว่า ผบ ตอบไม่ตรงคำถามนะครับ ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า)

Q เดียวนี้เริ่มมีสินค้าเลียนแบบมากขึ้น 

A  ขนาดว่ามีสินค้าอื่นๆ มาอยู่ใน SHOP เลยก็มีแล้วยังมีสินค้าเลียนแบบใน Shop ด้วย 

Online ก็มีเวปไซด์ ใช้ชื่อ Kamart มากมายเลย ซึ่งกำลังหาทางแก้ไขอยู่ 

Q เกี่ยวกับ การจัดการ Stock 

A เรื่องการทำ online เราไม่ได้ทำเหมือนที่อื่น อย่างเกาหลี โดยจะมีอาคารนึง ชั้นบนเป็นบริษัท ขายของทางอินเตอร์ และมีที่เก็บของไว้ ชั้นล่างเป็นบริษัท ส่งของ ทำให้การส่งสินค้าไวมากๆ 

แต่kamart จะกระจายสินค้า ส่ิงเอง โดยใช้วิธี Shop ที่ใกล้บ้านเป็นผู้ส่ง และจะรู้หมดว่า Shop มีอะไรบ้าง ถ้ามีคนซื้อของ ก็ไปเช็คว่า ที่ไหนมี ใกล้ที่สุด เพื่อที่จะให้นำสินค้าไปส่ง

Q จะรู้ได้ไงว่า ลูกค้าได้รับแล้ว

A ต้องมีการเช็นรับสินค้า

kamart จะคุม partner  หรือ shop โดยถ้าคนไหนไม่มีสินค้า หรือไม่ทำให้ ก็จะย้ายไปที่อื่นแทน

ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงทำ Software อยู่ โดยจะนำไปลงทุก shop เพื่อที่จะได้รู้ว่ามีอะไรบ้าง

อนาคตจะทำให้ online กับ shop ราคาเท่ากัน ของแถมเหมือนกัน จะได้ช่วยกันขายไปในตัวด้วย

ในระบบก็มีของ ของก็มีในสาขาต่างๆ เลยจะบุก ธุรกิจ Online 

อนาคตจะหา Partner ทำธุรกิจด้วยกัน

อย่างพิขช่า ยังส่งได้ใน 30 นาทีเลย นอกจากนั้นยังเก็บข้อมูลการซื้อขายด้วย

Q เว็บไซด์ เปลี่ยนชื่อ dev ด้วยหลัง

A กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนโดเมน เพื่อเป็น .com

Q ปันหาละเมิดลิขสิทธิ์

A กำลังเพิ่มสินค้า พร้อมจัดการสินค้าละเมิดอยู่ 

Q เดินตามห้าง แล้วเจอที่วางสินค้า kamart แต่ดันไม่มีสินค้าเลย

A พึ่งเริ่มทำงานกับโลตัสไม่นาน นอกจากนี้ การส่งของลงสินค้า เป็นเรื่องของ โลตัสทั้งหมด และจะพยายามไม่ให้ขายหลายอย่างเกินไป เนื่องจากกลัวกระทบ shop

Q เรื่อง 7-11 

A ทุกเดือนก่อนออกหนังสือ friday ก็จะมีการเรียกสินค้าไปสต็อกก่อนหน้าแล้ว พอหมดเดือนก็จะคืนสินค้ามา ซึ่งerror น้อยมาก ประมาณ 2-3% 

Q ware house ใช้ไปแล้วเท่าไหร่ (คลังสินค้า)

A เหลือ 30%  ในกทม ส่วนต่างจังหวัดที่อมตะ ยังมีมากอยู่ ซึ่งมีทั้งแบบ เช่าระยะยาว และระยะสั้น ในอนาคตจะเริ่มลดที่เช่ามาใช้เองมากขึ้น

Q สาขาที่ สิงคโปร เปิดยัง

A เริ่มเปิด shop ในห้างบ้างแล้ว กำลังเริ่มต้นอยู่
ตอนนี้ในพม่าก็เริ่มรู้จัก kamart แล้วมาขอซื้อไปบ้างแล้ว เขมรก็มี เวียดนามก็มี

Q รายได้ปีก่อน 450 ล้าน ปีนี้ หวังเท่าไร 

A อยากได้เยอะๆอยู่แล้ว คาดว่าน่าจะได้ 700-800 ล้าน

Q ระบบ ฝึกพนักงาน-----( ถามเบามาก)

A มี 2 เรื่อง คือเรื่อง สินค้าต่างๆ กับเรื่อง นักขายสินค้า (ฟังไม่รู้เรื่อง + ยังงงพี่ที่ถามเบามากอยู่)

ขออภัย จดไม่ทันจริงๆ

Q ระบบ Shop link มันสำคัญ ไม่ทราบว่าเป็นยังไงบ้าง

A โปรแกรมสำเร็จรูป ตอนนี้ใช้มาแล้ว 50 สาขา และในอนาคตจะง่ายขึ้น (โปรแกรมจะถูกพัฒนาเรื่อยๆ) 

ตอนนี้บริษัทกำลังทำคือ ให้ผู้เชียญชาณ ด้านการขาย มาสอนตัวแทนไปเรื่อยๆ รวมไปถึงตัวแทน Online 

Q q1 น่าจะมีกำไร 200ล้าน โดยมาจากร้านเก่าเท่าไร ร้านใหม่ เท่าไร สมมุติเปิด shopได้ 25 shopต่อไตรมาส

สรุป พี่เขาถามว่า เวลาบรรทึกรายได้ เกิดจากบริษัทขายสินค้าก้อนใหญ่ให้กับ shop ทำให้มีรายได้ก้อนโตเข้ามา พี่เขาเลยกลัวว่า รายได้ที่เกิดขึ้น มาจากการขายให้ shop ไม่ใช่การขายให้กับ ผู้บริโภคโดยตรง

A ประมาณ 500,000 บาทต่อ shop 

Q ของมันเยอะมาก คิดว่าตัวที่ขายดีจะมีน้อยกว่าตัวที่ขายไม่ดี กลัวจะหมุนเวียนไม่ทัน

A มีการจัดการสินค้าทุกวัน โดยปกติ จะเป็นกฎ 20-80 (ลองหาอ่านดู) และจะมีเจ้าหน้าที่จัดโปรโมชั้น เพื่อที่จะล้างสต็อคในส่วนของ 80% ด้วย ตัวไหนไม่ดี ก็ไม่ขายอีก 

ตอนนี้กำลังเพิ่ม เครื่องประดับผู้หญิง รวมไปถึงเคสมือถือด้วย

เคสมือถือหรอ เอาจริงอ่ะ

Q ปกติ shop มีสินค้าเท่าไร

A ประมาณ 100-200 ขึ้นอยู่กับขนาด พื้นที่

ตอนนี้ shop แต่ละที่ kamart ไม่ใช่เจ้าของ แต่ล่ะที่เลยไม่เหมือนกัน โดย kamart อาจเข้าไปช่วยเหลือบางครั้ง 

Q อยากให้มีการโฆษณา kamart shop บ้าง

A อยากโฆษณา สินค้ามากกว่า ส่วนkamart เป็นเพียงชื่อร้าน ไม่อยากเน้นมาก 

ตอนนี้ก็มีในไทยรัฐบ้าง แล้วBts ก็จะมี shop เปิด เหมือนเป็นการโฆษณาไปในตัวด้วย

Q เรื่องสินค้า ตกลง kamart จะเป็นยังไง เน้นสินค้าแนวไหน

A สินค้าที่ขายใน kamart จะเน้น เป็นของ kamart ไม่ก็เป็นตัวแทนนำเข้า เน้นกำไรเยอะๆ เป็นหลัก เน้นว่าที่อื่นไม่มีขาย เรามีที่เดียว 

ส่วนที่จะขายสินค้า เช่น กาแฟลดความอ้วน ช็อคโกแลค คอลโลเจน ก็เพื่อเรียกลูกค้าเพิ่มด้วย

พยายามเอา shop เป็นศูนย์กลาง อย่างสินค้าที่เคยขายแล้วไม่คุ้ม เช่น ทิชชู่ ก็ยกเลิกไปแล้ว

Q ปีนี้ 100 สาขา ปีหน้าล่ะ แล้วก็โฆษณาทาง TV ไม่เห้นเลย

A การทำ TV  ส่วนใหญ่แล้วไม่คุ้ม เปลืองมากๆ ถ้าจะลง TV ก็คงอีกนานหน่อย รอให้เป็น mass ก่อน อย่างพวก ที่โฆษณานั้น เขาขายได้เป็นพันๆล้าน ทางkamart เองก็พยายามทำแบรนเป็นของตัวเองอยู่เหมือนกัน

Social network ก็มี www fackbook youtubeรีวีวต่างๆ นอกจากนั้นก็มีเรื่อง 2PM แล้วในอนาคต อาจมีศิลปินเกาหลีมากอีก 

-------- จบการประชุมนะครับ -----------

ส่วนตัวนะครับ ค่อนข้างมอง ผบ แง่ลบนิดหน่อย เนื่องจาก ไม่ยอมให้ใครมาตัด ไม่ค่อยฟังใคร ตอบทีตรงคำถามมากนัก พูดจาค่อนข้างรุนแรงไปหน่อยนะครับ แล้วก็เรื่องความเชื่อมั่นในตัวเองที่สูงมากด้วยนะครับ ยังไงก็ดูกันต่อไปนะครับ สำหรับบริษัทนี้